พนักงานแบบไหนที่นายชอบ บอกได้เลยว่ากดไลค์กันรัวๆ

หลายคนคงเคยเจอกับลูกน้องที่อิดออด ทำนู่นนิดนี่หน่อยแล้วบ่น ทำไม่ได้ ไม่รู้จะแก้ไขปัญหายังไงดี และสุดท้ายงานเหลวไม่เป็นท่า บอกเลยว่าพนักงานหรือ ฟรีแลนซ์ แบบนี้หัวหน้าคุณไม่ชอบแน่นอน วันนี้เลยมีเทคนิคมาบอกให้คุณเป็น พนักงานแบบไหนที่นายชอบ บอกได้เลยว่ากดไลค์กันรัวๆ แน่นอน ซึ่งวิธีเหล่านี้แนะนำให้เอาไปดูและปรับปรุงตัวเองอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้เป็นนิสัยที่ดีแก่ตนเองและเพื่อนร่วมงานด้วย ไม่ได้หวังแต่เพียงให้หัวหน้างานชอบเท่านั้น เอาละเกิ่นมาเยอะแล้วไปดูกันดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง

พนักงานแบบไหนที่นายชอบ บอกได้เลยว่ากดไลค์กันรัวๆ

พนักงานแบบไหนที่นายชอบ บอกได้เลยว่ากดไลค์กันรัวๆ

1. ลูกน้องที่ดีต้องคิดบวก – อย่ากลัวการถูกมองว่าเป็นคนโลกสวย เพราะการคิดบวกนั้นจะทำให้คุณสามารถเผชิญหน้ากับปัญหา สามารถรับมือกับงานยาก ๆ ได้อย่างสบาย เพราะคนคิดบวกจะเลือกมองด้านที่ดีและไม่นำเรื่องแย่ ๆ มาบั่นทอนทำให้ศักยภาพในการทำงานลดลง ดังนั้นคุณต้องหัดสร้างกำลังใจให้ตัวเอง หัดคิดบวกให้เป็นนิสัยซะตั้งแต่ตอนนี้เลย

2. มีความรับผิดชอบสูง – เรื่องความรับผิดชอบดูเหมือนจะเป็นคุณสมบัติต้น ๆ ของคนทำงาน ดังนั้นคุณคิดดูสิว่าถ้าลูกน้องคนไหนเปิดตัวด้วยการปล่อยปะละเลยงาน แล้วจะมีหัวหน้าคนไหนปลื้มลง ฉะนั้นหากได้รับมอบหมายงานอย่างใดอย่างหนึ่งคุณควรรับผิดชอบได้ด้วยตัวเอง ทำงานโดยไม่ต้องให้หัวหน้ามาคอยควบคุมหรือจ้ำจี้จ้ำไช แบบนี้ยังไงหัวหน้าก็กดไลค์แน่นอน

3. มีวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดี – พึงระลึกไว้เสมอว่าบริษัทจ้างเรามาเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่มาสร้างปัญหาเพิ่ม ดังนั้นประเภทที่ว่า เรื่องนี้ทำไม่ได้ อันนี้มันยากเกินไปใครจะไปคิดออก แบบนี้กองไว้ที่บ้านเลยค่ะ เพราะหากคุณก้าวเข้ามาในออฟฟิศแล้ว ไม่ว่างานจะยากและซับซ้อนขนาดไหน มันเป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องรับมือและแก้ไขให้มันเสร็จลุล่วงไปให้ได้ด้วยตัวของคุณเอง

4. ลูกน้องที่มีความสามารถหลากหลาย – ข้อนี้เป็นคุณสมบัติที่เสมือนเป็นของแถมนะคะ จริงอยู่ว่าคนเราควรมีความถนัดเฉพาะด้าน บริษัทเลือกเราเข้ามาทำงานเพราะเรามีความสามารถในด้านที่เขาต้องการ แต่หากเรามีความรู้รอบตัวด้านอื่น ๆ ด้วยนั่นเสมือนเป็นของแถมให้หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานของคุณคะมันเหมือนกับไปซื้อคอมพิวเตอร์แล้วแถมเครื่องปริ้นท์ยังไงละคะ

5. ทำงานเป็นทีมได้ดี – คนเก่งไม่ใช่คนที่ทำงานเก่งอย่างเดียว แต่ต้องเป็นคนที่รู้วิธีทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ด้วย หัวหน้าคงไม่ปลื้มแน่ ๆ ถ้าลูกน้องของเขาไม่สามารถเข้ากับทีมงานคนอื่น ๆ ได้เลย เพราะมันหมายความว่านอกจากเขาจะต้องเครียดเรื่องงานแล้ว เขายังต้องมานั่งคิดว่าจะจัดการให้คุณทำงานร่วมกับทีมอย่างราบรื่นได้อย่างไรอีกด้วย ดังนั้นถ้าไม่อยากให้หัวหน้าปวดหัว หัดปรับตัวให้เข้ากับทีมเวิร์คด้วยนะจ๊ะ

6. มีวินัย –  ถ้าระเบียบคือกฎของบริษัท ดังนั้นวินัยก็เหมือนกับกฎส่วนตัวที่เราตั้งให้กับตัวเอง เช่น เราควรสร้างวินัยในเรื่องการไปทำงานให้ตรงเวลา สร้างวินัยในการกำหนดการส่งงานหรือว่าเดทไลน์ของตัวเอง และวินัยที่เราสร้างให้กับตัวเราเองนี่แหละที่จะทำให้เรากลายเป็นคนที่โดดเด่นกว่าคนอื่นที่เขาไม่ได้สร้างวินัยเหมือนเรา

7. ไม่ขี้เมาท์ –  ข้อนี้สำคัญเชียวละ เพราะหลายครั้งที่สงครามกลางออฟฟิศเกิดจากการมีนิสัยชอบพูดจาลับหลังของเพื่อนร่วมงานด้วยกันเอง และพอเกิดสงครามกลางออฟฟิศก็จะทำให้เกิดสถานการณ์ตึงเครียด บรรยากาศการทำงานเสีย และแน่นอน ไม่มีหัวหน้าคนไหนที่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในที่ทำงานของตัวเองอย่างแน่นอน ดังนั้นคุณก็ไม่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของชนวนนี้ด้วยการเป็นคนเริ่มเมาท์ซะเอง

แต่ละข้อที่หยิบมานั้นล้วนเกิดขึ้นกันมากในหลายๆ บริษัทถ้าเราทำได้คนหนึ่งอย่างน้อยก็ดีกับตัวเองโดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปพึ่งพาใคร ซึ่งจะดีกับตัวเราเองเวลาไปทำงานที่อื่นเช่นกัน เทคนิคเหล่านี้จะดีกับคุณมากๆ เพราะมีวินัยในตัวเองจะทำให้ทำงานที่ไหนก็ได้ และง่ายขึ้น โดยไม่มีปัญหาตามมาทีหลังแน่นอน สุดท้ายนี้สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังท้อถอย หมดกำลังใจเรื่องงาน โดนปัญหารุมเร้า ทำอะไรไม่ดีทำดีไม่ขึ้น แนะนำให้ทำตามเทคนิคที่เอามาแชร์กันวันนี้ รับรองได้เลยว่าคุณจะมีกำลังใจทำงานขึ้นเยอะ ไม่ต้องแคร์ว่าใครจะเห็นคุณค่าของคุณ เพียงแค่ตัวคุณเห็นคุณค่าของตัวเองก็เพียงพอแล้ว ไว้พบกันใหม่ครั้งหน้ากับบทความเรื่องงานดีๆ ที่นำมาเล่าสู่กันฟัง