งาน CES2019 นวัตกรรมชั้นนำ ที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพในการใช้งาน

วันนี้ภายใน งาน CES2019 เลอโนโวประกาศเปิดตัวอุปกรณ์อัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวนั้น ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานทั้งในการทำงานและเพื่อความบันเทิงส่วนตัว โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่าง Internet of Things (IoT) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อันชาญฉลาด (AI) กล่าวคือ นวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของเลอโนโวนี้ สามารถช่วยปลดล็อกศักยภาพในตัวท่านให้ก้าวไปสู่มิติใหม่แห่งการใช้งานมากขึ้น รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมต่อให้ดียิ่งขึ้นจนถึงขีดสุดได้อีกด้วย งาน CES2019 นวัตกรรมชั้นนำ ที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพในการใช้งาน นวัตกรรมใหม่ของเลอโนโวถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอัจฉริยะ ซึ่งสอดรับกับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสของโลก ไม่ว่าจะในด้านการทำงาน ความบันเทิง หรือการใช้เทคโนโลยีภายในบ้านก็ตาม ซึ่งผลิตภัณฑ์ของเลอโนโวที่เปิดตัวในวันนี้ สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุม พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงทุกสภาพแวดล้อม Lenovo Smart Clock พร้อมระบบผู้ช่วยส่วนตัว Google AssistantTM เลอโนโวจับมือร่วมกับ Google® อีกครั้ง ในการเปิดตัว Lenovo Smart Clock ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Lenovo Smart Living ที่นำผู้ช่วยอันชาญฉลาดอย่าง Google Assistant มาไว้ในอุปกรณ์ โดย Smart clock ถูกออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์หลักคือ ช่วยให้ผู้ใช้งานได้ผ่อนคลายระหว่างการพักผ่อนภายในห้องนอนหรือภายในบ้าน อาทิ การตั้งปลุกตอนเช้าหรือการเล่นเพลงโปรด เพื่อผ่อนคลายในยามบ่าย ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Lenovo Smart Home ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ Lenovo Smart Display หรือ Lenovo Smart Home Essentials ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว จนมาถึงผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Lenovo Smart Clock ซึ่งสามารถเป็นผู้ช่วยในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สำหรับรายละเอียดผลิตภัณฑ์สามารถอ่านได้เพิ่มเติมที่ Lenovo Smart Clock Lenovo Smart Tabs แท็บเล็ตอัจฉริยะที่รองรับระบบ…

ร่วมสนับสนุนวันอังคารแห่งการ ให้ GivingTuesday 2018

เป็นเวลา 20 ปีมาแล้วที่มูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric Foundation) ได้มีการรวบรวมพนักงานในกลุ่มธุรกิจของชไนเดอร์ฯ เพื่อสนับสนุนสหภาพความร่วมมือขององค์กร ให้ GivingTuesday 2018 โดยการดำเนินการดังกล่าว นับเป็นมวลพลังที่เป็นส่วนหนึ่งของ Schneider Sustainability Impact ซึ่งเป็นโครงการสร้างความยั่งยืนของชไนเดอร์ อิเล็คทริคโดยเป็นการวัดประสิทธิภาพที่ไม่ใช่ตัวเงินของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ร่วมสนับสนุนวันอังคารแห่งการ ให้ GivingTuesday 2018 · มูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นมูลนิธิองค์กรแห่งแรกที่เข้าร่วมกิจกรรม “วันอังคารแห่งการให้” หรือ #GivingTuesday ในประเทศฝรั่งเศส · ชไนเดอร์ อิเล็ทริค ประเทศไทย ได้เชิญองค์การช่วยเหลือเด็ก มาให้ความรู้และความเข้าใจ เพื่อให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมอย่างยั่งยืน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น รวมพลังครั้งยิ่งใหญ่ผ่านมูลนิธิของตัวเองภายใต้ร่มของ Foundation de France ด้วยการสนับสนุน #GivingTuesday 2018 หรือวันอังคารแห่งการให้ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวระดับโลกในการโปรโมทการให้และคำมั่นสัญญาในการช่วยเหลือผู้อื่นนี้ ได้รับการเฉลิมฉลองเป็นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศสไปเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้เอง นายกิลเลส เวอร์มอท เดสโรชส์ รองประธานอาวุโสฝ่ายความยั่งยืน และตัวแทนผู้นำมูลนิธิ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า“มูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค นับตั้งแต่ก่อตั้งมา ได้เป็นศูนย์รวมความผูกพันและการมีส่วนร่วมของพนักงานซึ่งถือเป็นจุดมุ่งหมายหลักของโครงการ โดยผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร หรือ NGOs ต่างๆ โดยจะเป็นการทำงานร่วมกับผ่านเครือข่ายที่มีตัวแทน 130 ราย จากประเทศต่างๆ ที่กลุ่มธุรกิจของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้มีการดำเนินงานอยู่ โดยนับตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา เราได้ใส่พลังของเราไปในโปรแกรมซึ่งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของ Schneider Sustainability Impact พร้อมกับการมีส่วนร่วมเพื่อสังคมที่ปลดปล่อยคาร์บอนน้อยลงและมีความเท่าเทียมยิ่งขึ้น…

Palo Alto Networks ชี้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือ “Game Changer”

ผู้เชี่ยวชาญจาก พาโล อัลโต เน็ตเวิร์ค (Palo Alto Networks) ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก Palo Alto Networks ชี้ ให้เห็นถึงปัญหาความปลอดภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือที่เรียกกันว่า AI มีความสำคัญอย่างมากในการต่อสู้กับภัยจากการคุกคามในโลกไซเบอร์ (Cybersecurity) พาโล อัลโต เน็ตเวิร์ค (Palo Alto Networks) ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้าน Security ทั้งในและต่างประเทศ ได้นำเสนอนวัตกรรมความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) สำหรับเอนด์พอยท์ (Endpoint) คลาวด์ (Cloud) และระบบเครือข่าย (Network) เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยด้านดิจิตอลให้กับองค์กรธุรกิจในงาน Cybersecurity Forum 2018 ที่จัดขึ้นเร็วๆ นี้ Palo Alto Networks ชี้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือ “Game Changer” คุณธิติรัตน์ ทองถาวร ผู้จัดการประจำภูมิภาคอินโดจีน พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ กล่าวถึงรายงานการประเมินความเสี่ยงให้ครอบคลุม และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของภัยคุกคาม (Threat Landscape) ล่าสุดพบว่า AI ได้เข้ามามีบทบาทที่สำคัญในป้องกันภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) และแนวทางที่ดีที่สุดในการจัดการกับภัยคุกคามทางไซเบอร์คือการให้สมองกลต่อสู้กันเอง โดยมนุษย์เรามีส่วนในการตัดสินใจเท่านั้น” มิสเตอร์ออร์กุน เทเซล (Orcun Tezel) ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมความปลอดภัย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ กล่าวว่า “ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีส่วนในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น และได้เพิ่มความสำคัญในป้องกันการถูกโจมตีทางไซเบอร์ โดย Security Operating Platform ของ พาโล…

ลงรูปผิดชีวิตเปลี่ยน สมัครงานทั้งทีใช้รูปแบบไหนมาดูกันเลย

หากพูดถึงรูปถ่ายสมัครงาน ฟังดูไม่น่าจะเป็นประเด็นที่ทำให้ผู้หางานไม่ได้งานเลยนะคะ ถ้าเป็นสมัยก่อนที่ยังไม่มีกล้องดิจิทัล เราก็เข้าร้านถ่ายรูป บอกเขาว่ามาถ่ายรูปติดบัตร เท่านี้เราก็จะได้รูปถ่ายสมัครงานทั่วไปหรือ ฟรีแลนซ์ มาแล้ว แต่ในปัจจุบันที่ทุกคนสามารถถ่ายรูปเองกันอย่างง่ายดาย ทำให้คนจำนวนไม่น้อย คิดว่ารูปถ่ายสมัครงานก็คงเหมือนกับรูปที่อัพขึ้น Social Network กันอยู่ทุกวัน จึงนำรูปถ่ายเล่น ๆ เหล่านั้นมาใช้ในการสมัครงานด้วย ซึ่งปัญหารูปถ่ายไม่เหมาะสมนี้มีให้พบหลากหลายรูปแบบ ไม่เฉพาะในเด็กจบใหม่ แม้แต่ในระดับผู้จัดการก็ยังมีให้เห็น ลงรูปผิดชีวิตเปลี่ยน สมัครงานทั้งทีใช้รูปแบบไหนมาดูกันเลย ก่อนอื่นขอพูดถึงรูปถ่ายที่เหมาะสมก่อนนะคะ ผู้หางานต้องเข้าใจว่า วัตถุประสงค์ของการหางานคืออะไร เราหางานก็เพื่อให้ได้งาน และการที่นายจ้างจะไว้วางใจให้เราทำงานได้นั้น เราต้องมีทักษะ ความสามารถ คุณสมบัติตรงกับที่เขาต้องการ และที่ขาดไม่ได้คือ “ความน่าเชื่อ” แม้เราจะมีประสบการณ์มาอย่างโชกโชน มีความสามารถรอบด้าน แต่อาจมาตกม้าตาย เพราะขาด “กาลเทศะ“ ก็ได้ จุดนี้ทำให้เราขาดความน่าเชื่อถือ และดูไม่เป็นมืออาชีพ ดังนั้น โปรดจำไว้ว่า รูปถ่ายที่ดูเป็นทางการยังคงจำเป็นเสมอในการสมัครงาน มาดูกันว่ารูปถ่ายที่เหมาะสมเป็นอย่างไร รูปถ่ายหน้าตรง ในลักษณะรูปติดบัตร อมยิ้มได้เล็กน้อย เสื้อสูท หรือเสื้อสุภาพ หากเป็นนักศึกษาจบใหม่ให้ใส่ชุดครุย รูปที่เหมือนตัวจริงมากที่สุด ไม่จำเป็นต้องรีทัชจนไม่เหลือเค้าความจริง ส่วนวิธีการที่ง่ายและประหยัดที่สุดคือ ถ่ายรูปเอง ไม่ใช่ยืดแขนออกไปถ่าย เหมือนที่จะอัพขึ้น Instagram นะคะ หมายถึงให้เพื่อนหรือใครถ่ายให้ก็ได้ โดยคุณยืนตัวตรง หน้าตรง ให้ด้านหลังเป็นผนังห้องสีฟ้าหรือขาว แขนแนบลำตัว ถ่ายแค่ท่อนบนพอนะคะ ไม่ต้องถ่ายเต็มตัว แล้วเข้า Photoshop จัดการ Resize ให้ไฟล์มีขนาดไม่เกิน 2M รูปแบบไฟล์ .jpg/.jpeg/.jpe/.gif เพื่อแนบในเรซูเม่ออนไลน์ หากต้องการพริ้นท์ออกมาใช้แนบกับใบสมัครงานใน วันสัมภาษณ์งาน ให้ Resize เป็นขนาด 3 x 4 เซนติเมตร วางลงบนกระดาษขนาด 4 x…

ออเนอร์เปิดตัวร้านค้า สาขาแรกอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

HONOR คืออีแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำภายใต้หัวเว่ย กรุ๊ป (Huawei Group) ด้วยสโลแกน “For The Brave” แบรนด์ HONOR ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนที่มีวิถีแบบดิจิทัลผ่านผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งจะมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือชั้น สร้างความจูงใจและการกระทำ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และผลักดันให้คนรุ่นใหม่ ก้าวไปให้บรรลุความฝันได้ ด้วยแนวทางดังกล่าว HONOR สร้างความโดดเด่นด้วยการแสดงให้เห็นการก้าวออกนอกกรอบ อย่างกล้าหาญของตัวเอง ทำสิ่งที่ในแตกต่าง และดึงเอาขั้นตอนที่จำเป็นต่างๆ เพื่อการนำเอาเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ล่าสุด นำเสนอให้กับลูกค้าของเรา ออเนอร์เปิดตัวร้านค้า สาขาแรกอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ออเนอร์เปิดตัวร้านค้าสาขาแรกอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันที่ 20 ตุลาคม ณ ห้างสรรพสินค้า MBK Center ชั้น 5 โดยภายในร้านได้รวบรวมผลิตภัณฑ์ของออเนอร์หลากหลายรุ่น อาทิ HONOR 7X, HONOR 10, HONOR Play และอุปกรณ์อื่นๆอีกมาย มาให้ลูกค้าได้สัมผัสและทดลองใช้งานก่อนการเลือกซื้อ โดยทางคุณบ็อบ เสี่ยว หัวหน้าฝ่ายออเนอร์สมาร์ทโฟน ประเทศไทย กล่าวว่า “เราเดินหน้าทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจังและการเปิดตัวร้านค้าสาขาแรกถือเป็นก้าวสำคัญของออเนอร์ในการขยายแผนธุรกิจ” “ถึงแม้ว่าออเนอร์จะเป็นผู้นำในด้านตลาดอีแบรนด์ แต่การมีหน้าร้านก็ถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์และความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ได้มากยิ่งขึ่น” คุณบ็อบ กล่าวเพิ่มเติม นอกจากนี้ออเนอร์ยังกำลังวางแผนในการรวมช่องทางการจำหน่ายระหว่างออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันเพื่อให้บริการที่สะดวกสบายแก่ลูกค้ามากขึ้น โดยลูกค้าสามารถสัมผัสและทดลองใช้งานออเนอร์สมาร์ทโฟนได้ทางร้านค้าออฟไลน์หรือสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางช่องทางออนไลน์ได้เช่นเดียวกัน ในฐานะแบรนด์ที่มาพร้อมนัวตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ออเนอร์ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาช่องทางการสื่อสารเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ออเนอร์คืออีแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำภายใต้หัวเว่ย กรุ๊ป (Huawei Group) ที่มาพร้อมสโลแกน “For the Brave” ซึ่งแบรนด์ออเนอร์ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลผ่านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางอินเทอร์เน็ตที่ให้ประการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และช่วยสนับสนุนให้กลุ่มคนรุ่นใหม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ออเนอร์ยังเป็นแบรนด์ที่แสดงถึงความกล้าหาญในการทำสิ่งที่แตกต่างและนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุดให้กับลูกค้า ในปี 2018 ออเนอร์ได้เติบโตกว่า 100% ในตลาดต่างประเทศและมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาธุรกิจเพื่อครองตำแหน่งผู้นำในตลาดประเทศไทย เพื่อเป็นการฉลองร้านค้าสาขาแรกออเนอร์จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษพร้อมกิจกรรมมากมายให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกในวันที่ 20 ตุลาคมนี้โดยลูกค้าสามารถสั่งจอง HONOR 8X สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆนี้ พร้อมรับชุดของขวัญสุดพิเศษ…

คาดการณ์นักท่องเที่ยว ชาวไทยมีแนวโน้มใช้จ่ายกับการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นสูงสุด

การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อ เทียบค่าเฉลี่ยโดยรวมของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียหรือทั่วโลก คาดการณ์นักท่องเที่ยว เกี่ยวกับงบค่าใช้จ่ายในการเดินทางของแผนการท่องเที่ยวครั้งต่อไป อ้างอิงจากผลสำรวจเกี่ยวกับแผนการท่องเที่ยวระดับโลกของวีซ่า (Visa Global Travel Intentions Study) โดยผลสำรวจฉบับนี้ศึกษาเกี่ยวกับเทรนด์และพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักเดินทางจำนวน 17,500 ราย จาก 27 ประเทศทั่วโลก คาดการณ์นักท่องเที่ยว ชาวไทยมีแนวโน้มใช้จ่ายกับการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นสูงสุด ผลสำรวจในครั้งนี้คาดว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยจะใช้เงินเยอะขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์จากทริปที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่านักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย (46 เปอร์เซ็นต์) และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก (36 เปอร์เซ็นต์) โดยค่าเฉลี่ยจากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดพบว่านักท่องเที่ยวชาวไทยใช้จ่ายต่อทริปอยู่ที่ 49,135.68 บาท (1,502 เหรียญสหรัฐ)[1] และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 73,670.80 บาท (2,252 เหรียญสหรัฐ) สำหรับการเดินทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลกนั้นเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 38,176.65 บาท (1,677 เหรียญสหรัฐ) และ 58,655.31 บาท (1,793 เหรียญสหรัฐ) ตามลำดับ แต่กลับมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่เป็นส่วนต่างสำหรับการเดินทางครั้งต่อไปน้อยกว่าประเทศไทยอยู่ที่ 80,007 บาท (2,443 เหรียญสหรัฐ) สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “จากที่ได้พูดคุยกับหลายๆองค์กรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวไทยวางแผนใช้เงินเยอะขึ้นในการท่องเที่ยวน่าจะเป็นเพราะทุกวันนี้มีผลิตภัณฑ์ในการชำระเงินที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งยังเพิ่มประโยชน์และสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวอีกด้วย ดังนั้นนักท่องเที่ยวชาวไทยจึงมีความมั่นใจในการใช้จ่ายมากขึ้น” นอกจากนี้ผลสำรวจฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นว่าการใช้บัตรชำระเงินเป็นที่แพร่หลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนการเดินทาง โดยสามในสี่ (76 เปอร์เซ็นต์) ของนักท่องเที่ยวชาวไทยเลือกใช้บัตรพลาสติกในการชำระเงินเพื่อจองสิ่งที่จำเป็นก่อนการเดินทาง อาทิ ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม เป็นต้น เมื่อเทียบกับการใช้เงินสดที่เกิดขึ้นเพียง 52 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้การชำระเงินผ่านบัตรยังเป็นช่องทางที่ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกจะใช้ระหว่างเดินทางท่องเที่ยว เนื่องจาก มีโปรโมชั่นที่ดี ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ต่ำกว่า ได้รับรีวอร์ดมากขึ้นหากใช้จ่ายในต่างประเทศ รวมถึงความปลอดภัยสูงสุด ถึงแม้ว่าเงินสดจะยังเป็นตัวเลือกหลักในการใช้จ่ายระหว่างการท่องเที่ยวสำหรับคนไทยส่วนมาก แต่บัตรเครดิต (67…

ควรเตรียมตัวอย่างไรดี เมื่อนักศึกษาอย่างเราว่างงาน

ปัญหาการว่างงานของนักศึกษาจบใหม่นอกจากไม่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานแล้ว ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากช่วงจังหวะและโอกาส ถึงบางครั้งจะรับจ็อบเป็น ฟรีแลนซ์ บ้างก็ตาม บางคนจบมาไม่นานก็สามารถหางานได้แล้ว ควรเตรียมตัวอย่างไรดี ในขณะที่เด็กจบใหม่บางกลุ่มยังคงวุ่นวายอยู่กับการเขียนเรซูเม่สมัครงานกันอยู่ นักศึกษาจบใหม่ตัดปัญหาการแข่งขันในตลาดแรงงานด้วยการเรียนปริญญาโทต่อทันที เพราะคิดว่าการมีวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้นจะทำให้ได้เปรียบมากขึ้นในการสมัครงาน โดยลืมไปว่า “ประสบการณ์การทำงาน” ต่างหากที่เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของการหางาน ยิ่งมีประสบการณ์มากเท่าไรยิ่งได้เปรียบ แต่การหางานนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะผู้ที่เป็นมือใหม่ในการสมัครงานด้วยแล้ว ควรเตรียมตัวอย่างไรดี เมื่อนักศึกษาอย่างเราว่างงาน เด็กจบใหม่ที่กำลังเริ่มหางาน หากรู้สึกว่าไม่ว่าจะพยายามขนาดไหน ก็ยังไม่ได้งานทำสักที ให้ลองหยุดการหางานนั้นไว้สักพักก่อน บางครั้งการต้องตกอยู่ในภาวะว่างงานก็ไม่เลวร้ายเสมอไป หากเราเตรียมรับมือกับสถานการณ์นั้นให้ดี เด็กจบใหม่ที่ไม่มีวี่แววว่าจะได้งานทำเสียที ก็อาจจะได้งานดีที่ถูกใจได้อย่างไม่ยากเย็น เด็กจบใหม่ที่ว่างงานควรเตรียมตัวอย่างไร เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสการได้งานทำ อีกทั้งไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ 1. เตรียมข้อมูลก่อนสมัครงาน เด็กจบใหม่ที่กำลังว่างงานจะมีเวลามากขึ้นในการเตรียมตัวสมัครงาน หากเป็นไปได้ ให้ลองกลับมาทบทวนดูว่าเราติดขัดหรือมีปัญหาที่ตรงไหน ทำไมเราจึงไม่ได้งานทำเสียที แล้วมีสาเหตุใดบ้างที่ทำให้เราพลาดตำแหน่งงานที่ต้องการไปได้ จากนั้นให้เตรียมอัพเดทเรซูเม่ให้น่าสนใจกว่าเดิม พร้อมทั้งศึกษาความต้องการของตลาดแรงงาน กำหนดทิศทางการสมัครงานให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ใช้เวลาตอนว่างงานให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ด้วยการเตรียมข้อมูลให้พร้อมทุกด้าน ก่อนเริ่มต้นสมัครงานอีกครั้งหนึ่ง 2. หางานฟรีแลนซ์ทำ การว่างงานไม่ได้หมายความว่าเราต้องอยู่บ้านเฉย ๆ โดยไม่ต้องทำอะไร แต่เด็กจบใหม่ที่ว่างงานสามารถเพิ่มโอกาสให้กับตัวเองได้ ด้วยการทำงานฟรีแลนซ์ หรือหางานพาร์ทไทม์ทำ ประโยชน์อย่างแรก คือ เราจะลดความกดดันที่พลาดงานลงไปได้บ้าง และในขณะเดียวกัน เรายังคงสร้างรายได้ส่วนหนึ่งให้กับตัวเอง เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการสมัครงานต่อไปได้ อีกทั้งการทำงานฟรีแลนซ์ยังช่วยให้เราพัฒนาตัวเอง ทั้งในแง่ของศักยภาพในการทำงาน การได้กลุ่มเพื่อนใหม่ ๆ ซึ่งอาจจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้ทำงานของเราด้วย การเริ่มต้นหางานฟรีแลนซ์นั้นอาจจะยาก แต่ถ้าหากได้งานชิ้นแรกแล้ว งานชิ้นต่อ ๆ ไปก็จะง่ายขึ้น จนอาจจะลืมเรื่องการหางานประจำไปเลยก็ได้ 3. เสริมทักษะการทำงาน บางครั้งเราก็อาจจะรู้สึกว่าปัญหาหนึ่งที่ทำให้เราไม่ได้งาน เพราะเราขาดทักษะการทำงานบางอย่าง ทักษะซึ่งมีความจำเป็นต่อการทำงานในตำแหน่งนั้น ๆ เช่น เราต้องการสมัครงานไอทีในบริษัทต่างชาติ แต่เราพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดี หรืออาจจะพูดไม่ได้เลย เราก็ต้องเริ่มคิดแล้วว่าเราจะต้องรีบเสริมความรู้ให้กับตัวเองอย่างเร่งด่วน เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ตำแหน่งงานที่เคยคาดหวังไว้ก็คงเป็นได้แค่ความฝัน เด็กจบใหม่ที่ว่างงานคือคนที่มีเวลาว่าง ควรรีบมองหาแนวทางในการพัฒนาตัวเอง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อาจจะด้วยการลงเรียนเสริมความรู้ เสริมทักษะในการทำงานให้มีมากขึ้น หรือขอเข้าไปฝึกงานในบริษัทที่สนใจ…

ทรานส์เซนด์ เปิดตัว JetRam DDR4 หน่วยความจำคุณภาพสูงในราคาประหยัด

ทรานส์เซนด์ อินฟอร์เมชัน, อิงค์. (Transcend) ผู้นำการผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และผลิตภัณฑ์ด้านมัลติมีเดีย เปิดตัวหน่วยความจำ JetRam DDR4 ที่มีความจุขนาด 4GB และ 8GB เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ประกอบในราคาประหยัด โมดูลหน่วยความจำ JetRam ของทรานส์เซนด์ผลิตขึ้นด้วยชิปหน่วยความจำ DRAM ที่ผ่านมาตรฐาน ETT ซึ่งเป็นขั้นตอนการคัดกรองที่เข้มงวดของทรานส์เซนด์ และการทดสอบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด และการทดสอบมาตรฐาน ลูกค้าสามารถรับประโยชน์จากคุณภาพที่เชื่อถือได้ ในราคาที่เหมาะสม ทรานส์เซนด์ เปิดตัว JetRam DDR4 หน่วยความจำคุณภาพสูงในราคาประหยัด หน่วยความจำ JetRam DDR4 ของทรานส์เซนด์สร้างขึ้นด้วยชิป DRAM ที่มีคุณภาพสูงสุด ซึ่งให้ประสิทธิภาพการทำงานและความทนทาน พร้อมด้วยคุณสมบัติของเทคโนโลยี DDR4 ที่ล้ำหน้า หน่วยความจำ DDR4 ของทรานส์เซนด์เลือกใช้ชิปหน่วยความจำความจุสูงทำให้มีโมดูลหน่วยความจำที่ความจุตั้งแต่4GB ถึง 8GB ให้เลือกใช้ ด้วยความเร็วในการรับส่งข้อมูลความเร็วสูง 2400MHz และแบนด์วิดธ์หน่วยความจำสูงสุด 19GB/s ทำให้โมดูลหน่วยความจำ DDR4 ของทรานส์เซนด์จะส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบได้อย่างครอบคลุม โมดูลหน่วยความจำ JetRam DDR4 ของทรานส์เซนด์ทำงานด้วยแรงดันไฟฟ้าต่ำที่ 1.2V ทำให้ลดภาระการใช้ไฟฟ้าของบัสหน่วยความจำและใช้พลังงานน้อยกว่าถึง 40% เมื่อเทียบกับหน่วยความจำ DDR3 รุ่นมาตรฐานที่ใช้แรงดันไฟฟ้า 1.5V ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของอุปกรณ์พกพา และปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้พลังงานน้อยลง นอกจากนี้เนื่องจากแต่ละโมดูลผลิตความร้อนน้อยทำให้การทำงานโดยรวมของระบบมีอุณหภูมิที่ไม่สูง ช่วยเพื่อเสถียรภาพในการทำงานโดยรวม นอกจากนี้โมดูลหน่วยความจำ JetRam DDR4 ของทรานส์เซนด์ มีให้เลือกใช้งานสอบแบบคือ U-DIMM และ SO-DIMM ทำให้คุณสามารถนำหน่วยความจำ JetRam DDR4 ไปอัปเกรดโน้ตบุ๊ก หรือนำไปประกอบในพีซีได้อย่างเหมาะสมพร้อมด้วยคุณภาพสูง ทั้งนี้โมดูลหน่วยความจำ JetRam DDR4 ของทรานส์เซนด์ได้รับการทดสอบโดยกระบวนการคัดกรองที่เข้มงวดของทรานส์เซนด์…

ส่ง RX100 VI ปฏิวัติไลฟ์สไตล์การถ่ายภาพเพื่อนักเดินทางตัวจริง

เดินหน้าเขย่าตลาดกล้องเมืองไทยให้สั่นสะเทือนอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวสุดยอดกล้องพรีเมี่ยมคอมแพ็คท์ในตระกูล Cyber-Shot RX Series รุ่นล่าสุด ส่ง RX100 VI (อาร์เอ็กซ์ 100 มาร์คซิกซ์) ที่ได้รับการต่อยอดจากความสำเร็จของกล้องรุ่น RX100 V ให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยจุดเด่นของกล้อง RX100 VI ยังคงรักษาคอนเซ็ปท์การดีไซน์ที่เล็กกะทัดรัดเพื่อให้เหมาะต่อการพกพาในสไตล์กล้องคอมแพ็คท์ แต่ให้ประสิทธิภาพการถ่ายภาพคุณภาพสูงยิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยเลนส์ ZEISS Vario-Sonnar T* ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด 24-200mm f2.8-4.5 ซึ่งให้พลังซูมสูงในการถ่ายภาพได้ไกลยิ่งขึ้น เพื่อเอาใจผู้รักการถ่ายภาพที่ต้องการคุณภาพของภาพในระดับมืออาชีพอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีเซ็นเซอร์รับภาพแบบ Stacked 20.1 MP Exmor RS CMOS ขนาด 1 นิ้ว พร้อมความไวชัตเตอร์สูงสุดถึง 1/32,000 วินาที ช่วยให้ถ่ายภาพวัตถุเคลื่อนที่ได้ไวกว่าเซ็นเซอร์ทั่วไปและให้ความเงียบในการถ่ายทุกโหมดอีกด้วย รวมถึงชิปประมวลผลภาพอันทรงพลังอย่าง BIONZ X ที่พัฒนาให้ขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจับภาพได้อย่างรวดเร็วชัดเจน พร้อมกับ Front-end LSI และระบบกันสั่น Optical Steady Shot ภายในเลนส์ที่กันสั่นได้ถึง 4 สต็อป ทั้งยังถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น ส่ง RX100 VI ปฏิวัติไลฟ์สไตล์การถ่ายภาพเพื่อนักเดินทางตัวจริง ยิ่งไปกว่านั้น กล้อง RX100 VI ยังมาพร้อมกับระบบโฟกัสภาพแบบ Phase Detection ที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 315 จุด รวมถึงมีระบบโฟกัสภาพติดตามดวงตา Eye AF ที่มีประสิทธิภาพทำงานดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม 2 เท่า และยังสามารถล็อกโฟกัสได้อย่างรวดเร็วที่สุดในโลกภายใน 0.03 วินาทีเท่านั้น ทำให้สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้อย่างรวดเร็วถึง 24…

ส่องสินค้าเด่น โปรโมชั่นจากหัวเว่ยในงาน Thailand Mobile Expo

หัวเว่ยยกทัพขบวนสินค้าทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่มาพร้อมกับสเปคสุดล้ำและโปรโมชั่นกระแทกใจ ส่องสินค้าเด่น ในงาน Thailand Mobile Expo 2018 ที่สุดแห่งมหกรรมมือถือ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 พฤษภาคมนี้ ณ บูธ HUAWEI โซนแพลนารีฮอลล์ PL6 โซนแพลนารีฮอลล์ PM 11/2 และโซนฟอร์เย่ M4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ส่องสินค้าเด่น โปรโมชั่นจากหัวเว่ยในงาน Thailand Mobile Expo สมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพสุดฮอต ที่ใครๆก็อยากเป็นเจ้าของ · HUAWEI P20 Series สุดยอดสมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพที่ดีที่สุดตามมาตรฐาน DxOMark พร้อมต้อนรับการกลับมาของ HUAWEI P20 Pro สี Twilight หลังกระแสตอบรับถล่มทลายและสินค้าขาดตลาดตั้งแต่เปิดตัว พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ซื้อ HUAWEI P20 Pro ในสี Twilight, Midnight Blue และ Black ในราคา 27,990 บาท รับฟรีทันที HUAWEI SoundStone Portable Bluetooth Speaker, Huawei Color Band A2 มูลค่ารวม 4,480 บาท หรือซื้อ HUAWEI P20 ในสี Midnight Blue, Black และ Pink Gold สีพิเศษที่กำลังเป็นเทรนด์มาแรง ในราคา 19,990…