ลงรูปผิดชีวิตเปลี่ยน สมัครงานทั้งทีใช้รูปแบบไหนมาดูกันเลย

หากพูดถึงรูปถ่ายสมัครงาน ฟังดูไม่น่าจะเป็นประเด็นที่ทำให้ผู้หางานไม่ได้งานเลยนะคะ ถ้าเป็นสมัยก่อนที่ยังไม่มีกล้องดิจิทัล เราก็เข้าร้านถ่ายรูป บอกเขาว่ามาถ่ายรูปติดบัตร เท่านี้เราก็จะได้รูปถ่ายสมัครงานทั่วไปหรือ ฟรีแลนซ์ มาแล้ว แต่ในปัจจุบันที่ทุกคนสามารถถ่ายรูปเองกันอย่างง่ายดาย ทำให้คนจำนวนไม่น้อย คิดว่ารูปถ่ายสมัครงานก็คงเหมือนกับรูปที่อัพขึ้น Social Network กันอยู่ทุกวัน จึงนำรูปถ่ายเล่น ๆ เหล่านั้นมาใช้ในการสมัครงานด้วย ซึ่งปัญหารูปถ่ายไม่เหมาะสมนี้มีให้พบหลากหลายรูปแบบ ไม่เฉพาะในเด็กจบใหม่ แม้แต่ในระดับผู้จัดการก็ยังมีให้เห็น ลงรูปผิดชีวิตเปลี่ยน สมัครงานทั้งทีใช้รูปแบบไหนมาดูกันเลย ก่อนอื่นขอพูดถึงรูปถ่ายที่เหมาะสมก่อนนะคะ ผู้หางานต้องเข้าใจว่า วัตถุประสงค์ของการหางานคืออะไร เราหางานก็เพื่อให้ได้งาน และการที่นายจ้างจะไว้วางใจให้เราทำงานได้นั้น เราต้องมีทักษะ ความสามารถ คุณสมบัติตรงกับที่เขาต้องการ และที่ขาดไม่ได้คือ “ความน่าเชื่อ” แม้เราจะมีประสบการณ์มาอย่างโชกโชน มีความสามารถรอบด้าน แต่อาจมาตกม้าตาย เพราะขาด “กาลเทศะ“ ก็ได้ จุดนี้ทำให้เราขาดความน่าเชื่อถือ และดูไม่เป็นมืออาชีพ ดังนั้น โปรดจำไว้ว่า รูปถ่ายที่ดูเป็นทางการยังคงจำเป็นเสมอในการสมัครงาน มาดูกันว่ารูปถ่ายที่เหมาะสมเป็นอย่างไร รูปถ่ายหน้าตรง ในลักษณะรูปติดบัตร อมยิ้มได้เล็กน้อย เสื้อสูท หรือเสื้อสุภาพ หากเป็นนักศึกษาจบใหม่ให้ใส่ชุดครุย รูปที่เหมือนตัวจริงมากที่สุด ไม่จำเป็นต้องรีทัชจนไม่เหลือเค้าความจริง ส่วนวิธีการที่ง่ายและประหยัดที่สุดคือ ถ่ายรูปเอง ไม่ใช่ยืดแขนออกไปถ่าย เหมือนที่จะอัพขึ้น Instagram นะคะ หมายถึงให้เพื่อนหรือใครถ่ายให้ก็ได้ โดยคุณยืนตัวตรง หน้าตรง ให้ด้านหลังเป็นผนังห้องสีฟ้าหรือขาว แขนแนบลำตัว ถ่ายแค่ท่อนบนพอนะคะ ไม่ต้องถ่ายเต็มตัว แล้วเข้า Photoshop จัดการ Resize ให้ไฟล์มีขนาดไม่เกิน 2M รูปแบบไฟล์ .jpg/.jpeg/.jpe/.gif เพื่อแนบในเรซูเม่ออนไลน์ หากต้องการพริ้นท์ออกมาใช้แนบกับใบสมัครงานใน วันสัมภาษณ์งาน ให้ Resize เป็นขนาด 3 x 4 เซนติเมตร วางลงบนกระดาษขนาด 4 x…

วัยทำงานต่าง Gen ทำงานด้วยกันได้รึเปล่านะ?

ในองค์กรหนึ่งประกอบด้วยพนักงาน คนทำงานมากมายหลาย Gen ซึ่งแต่ละ Gen มีวิธีการสื่อสารที่แตกต่างกัน บาง Gen ชอบพูดชอบฟังข้อมูลที่สั้น กระชับ และตรงไปตรงมา , บาง Gen ก็ชอบฟังรายละเอียดและการอธิบายขยายความ ,ส่วนบาง Gen ก็ชอบที่จะสนทนาภาษาดอกไม้ และพูดยาว ๆ หรือบางงานต้องติดต่อกับเหล่า ฟรีแลนซ์ และหากผู้ประกอบการต้องการที่จะทำให้คนทุก Gen ทำงานร่วมกันได้ดี ควรจะเริ่มจากอะไร วัยทำงานต่าง Gen ทำงานด้วยกันได้รึเปล่านะ? ให้นึกถึงภาพยนต์เรื่อง The Avenger ที่เหล่า Super Hero ที่มีความสามารถเฉพาะตัวมาก ๆ ทางองค์กรสามารถดึง จุดเด่นของแต่ละคนมาช่วยให้บรรลุภารกิจได้ในแบบฉบับของตัวเอง โดยทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นจากความเข้าใจทั้ง 2 ประเภทคือ เข้าใจในธรรมชาติของตัวเอง และตัวตน รู้ตัวว่าเราเป็นใคร เก่งอะไร ข้อดี หรือจุดแข็งของเราคืออะไร อะไรที่ต้องระวัง และปรับปรุง หรือซึ่งก็คือจุดด้อยในมุมมองของผู้อื่น หากเราสามารถค้นพบจุดเด่นของตนเองได้แล้ว เราก็จะสามารถสร้างสรรค์คุณค่าดี ๆ ได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เข้าใจความเหมือนและความต่างของผู้อื่น เรามักจะเผลอยึดตนเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลในบางครั้ง คิดเอาเองว่าคนทุกคนน่าจะเหมือนเรา ซึ่งหากเกิดในเวลาที่เราสื่อสาร หรือทำงานร่วมกับผู้อื่น เราก็มักจะประสบปัญหาในการทำงานร่วมกัน และเกิดคำถามในใจว่าทำไมคนนั้น คนนี้ เขาไม่คิดเหมือนกับเรา จนลืมคิดไปว่าแท้ที่จริงคนเรานั้นแตกต่างกัน การคิดต่างจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ และเข้าใจได้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องเข้าใจในลักษณะของแต่ละคน อีกกรณีที่เกิดขึ้นมากในปัจจุบัน คือเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้นแล้วระหว่างกลุ่ม หรือ Gen อยู่จะทำอย่างไร ? เปิดใจ รับฟัง เป็นวิธีเบสิคที่สุด แต่ก็ยากที่สุดเช่นกัน ปรับความทัศนคติผ่านการสนทนาที่เปิดใจ เน้นการรับฟังอย่างเข้าใจ รับรู้ถึงความรู้สึกและฟังอย่างไม่ตัดสิน หลายองค์กร “มีคนพูดมากกว่าคนฟัง” และชอบตัดสินผู้อื่นอย่างรวดเร็ว…