ไหว้พระขอพรให้ได้งาน กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยนิยมกัน

แม้ว่าในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีต่างเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตประจำวันในทุกๆด้าน รวมถึงเรื่องของการหางานที่สามารถหางาน สมัครงาน หรือรับจ้าง ฟรีแลนซ์ ได้ง่ายผ่านปลายนิ้วสัมผัสทั้งผ่านเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ แต่เชื่อหรือไม่ หลายๆคนยังเลือกใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่พึ่งพิงทางใจ เพื่อขอให้ช่วยดลบรรดาลเรื่องที่ต้องการให้สำเร็จอย่างใจหมาย (แอดมินก็เคยนะ) ลองมาดูสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าพนักงานทุกชั้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน พนักงานบริษัท ไปจนถึงผู้บริหารระดับสูงทุกระดับ นิยมไปกราบไหว้ ขอพรให้ได้งาน กันครับ ไหว้พระขอพรให้ได้งาน กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยนิยมกัน 1. ท้าวมหาพรหมเอราวัณ เชื่อว่าเป็นผู้กำหนดชีวิตมนุษย์ให้เป็นไปต่างๆ นานา หรือที่เราเรียกกันว่า พรหมลิขิต ศาลท้าวมหาพรหมหน้าโรงแรมเอราวัณ ราชประสงค์ มีประชาชนคนไทยและชาวต่างประเทศต่างให้ความเลื่อมใสศรัทธาพากันแวะเวียนไปกราบไหว้บูชา พร้อมถวายเครื่องสักการะบูชา เครื่องเซ่นเครื่องสังเวย ให้ช่วยประทานพร หรือเมื่อกระทำการใดๆ สำเร็จในสิ่งอันพึงปรารถนาแล้วจึงมาแก้สินบนตามที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ สิ่งที่ต้องใช้: ธูป 12 ดอก, เทียน 1 เล่ม, พวงมาลัยดาวเรือง 4 พวง ให้ไหว้ทั้ง 4 ด้านเนื่องจากพระพรหมมี 4 หน้าสถานที่ตั้ง: หน้า รร.แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ สี่แยกราชประสงค์ ใกล้กับ BTS ชิดลม เวลา: 06.00 – 22.30 น. (แนะนำเป็นวันอังคาร หรือวันพฤหัสบดี ) 2. พระตรีมูรติ เทพเจ้าแห่งความรัก พระตรีมูรตินั้นถือเป็นสัญลักษณ์ของมหาเทพสูงสุดที่รวมเทพทั้งสามองค์ไว้ในองค์เดียว คือ พระพรหม พระวิษณุ และพระอิศวร ซึ่งมีพลังทั้งสามคือ สร้าง รักษาและทำลายโลกคนส่วนใหญ่ซึ่งเชื่อกันว่า หากบูชา “พระตรีมูรติ” จะมีความหมายที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ทั้งในชีวิต ความรัก และการงาน สิ่งที่ต้องใช้ : ธูปแดง 9…

Starter ของเด็กจบใหม่ ทำไมถึงเริ่มเงินเดือนไม่เท่ากันเลยละ

บางคนอาจจะเคยสงสัยว่าทำไมเงินเดือนของแต่ละคนไม่เท่ากัน ทั้ง ๆ ที่ทำงานเหมือนกัน เหตุผลส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้น ประสบการณ์ และความสามารถ ที่ทำให้คนทำงานแต่ละคน ได้เงินเดือนไม่เท่ากัน แล้วเด็กจบใหม่ล่ะ? ทำไมบางคนได้ Start เงินเดือนมากกว่า ทั้ง ๆ ที่ประสบการณ์ในการทำงานเป็น ศูนย์ เหมือนกัน แต่บางคนได้เงินเดือนมากกว่าจนน่าอิจฉา การที่นักศึกษาจบใหม่จะได้เงินเดือนเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างประกอบกัน หากจะถามว่าทำไมเด็กจบใหม่ทุกคนจึงมีเงินเดือนไม่เท่ากันนั้น คงต้องถามต่อไปอีกว่า เรียนจบอะไรมา และกำลังสมัครงานอะไร เพราะความแตกต่างของงานที่ทำ ก็ทำให้ได้เงินเดือนที่แตกต่างได้เช่นกัน Starter ของเด็กจบใหม่ ทำไมถึงเริ่มเงินเดือนไม่เท่ากันเลยละ เรามาดูกันว่ามีปัจจัยไหนบ้างที่ทำให้เด็กจบใหม่ Start เงินเดือนไม่เท่ากัน จะได้ไขข้อข้องใจของเด็กจบใหม่หลาย ๆ คนที่กำลังเริ่มต้นหางาน และใช้เป็นแนวทางในการเรียกเงินเดือนในการสมัครงาน 1. ความรู้ความสามารถ โอกาสที่จะได้เงินเดือนมากหรือน้อยนั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถของผู้สมัครงานเอง นายจ้างจะพิจารณาเรซูเม่ประกอบกับความรู้ความสามารถของเรา หากเป็นที่น่าพึงพอใจ นายจ้างก็จะดูว่าเงินเดือนที่เราเรียกมานั้นเหมาะสมกับความสามารถหรือไม่ ยิ่งเรามีความสามารถมาก โอกาสที่จะได้ต่อรองเงินเดือนก็มีค่อนข้างสูง และได้เปรียบคนหางานคนอื่นที่สมัครงานในตำแหน่งเดียวกับเรา 2. สายงานต่าง เงินเดือนก็ต่าง บางคนหางานด้านการแพทย์ บางคนหางานการตลาด บางคนหางานกฎหมาย ข้อแตกต่างเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กจบใหม่แต่ละคนได้เงินเดือนไม่เท่ากัน แม้ว่าจะเรียนจบมาพร้อม ๆ กันก็ตาม สายงานที่แตกต่างกันทำให้ไม่สามารถเอามาวัดกันได้ เพราะลักษณะงานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความชำนาญการเฉพาะด้านก็ทำให้เราได้เงินเดือนมากกว่า หรือน้อยกว่าเพื่อนได้ 3. ประสบการณ์การทำงาน ประสบการณ์ในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญ ไม่น้อยไปกว่าความรู้ความสามารถที่เราได้ร่ำเรียนมา ยิ่งเรามีประสบการณ์ในการทำงานมาก ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงาน หรือการทำงานตอนเรียน เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เราได้รับการพิจารณาว่าควรจะได้เงินเดือนมากหรือน้อย แม้ว่านายจ้างจะตั้งเงินเดือนไว้ในใจแล้ว แต่ถ้าเรามีประสบการณ์ในการทำงานมาก การต่อรองเงินเดือนก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 4. เงินเดือนตามโครงสร้างองค์กร แม้ว่าเรากับเพื่อนจะจบมาทางสายงานการตลาดเหมือนกัน แต่สมัครงานกันคนละบริษัท ทำไมเราจึงไม่ได้เงินเดือนเท่าเพื่อน? โครงสร้างองค์กรเองเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราได้เงินเดือนเยอะ หรือเงินเดือนน้อย ความสามารถในการจ่ายเงินเดือนพนักงานย่อมแตกต่างกันไป แม้ว่าจะจ้างงานในตำแหน่งเดียวกัน แต่เราก็อาจจะไม่ได้เงินเดือนเท่ากับเพื่อน เพราะโครงสร้างองค์กรของบริษัทที่เราสมัครนั้นไม่ได้ใหญ่เท่ากับบริษัทที่เพื่อนสมัคร…

เติมเต็มจุดดีจุดด้อย ให้เรซุเม่ของคุณด้วยวิธีง่ายๆ จนต้องร้องว้าว

ไม่ว่าคุณจะมีงานทำ ตกงาน หรือกำลังหางาน ฟรีแลนซ์ ทำก็ตาม เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องเตรียมเรซูเม่ของคุณให้พร้อมอยู่เสมอ เพราะโอกาสดี ๆ อาจมาหาคุณโดยไม่รู้ตัว ตำแหน่งงานที่คุณใฝ่ฝันอาจรอคุณอยู่ตรงหน้า แต่ถึงอย่างนั้น คุณก็มีสิทธิ์ที่จะสูญเสียโอกาสนั้น ไปเพราะมัวแต่ใช้เวลาไปกับเรซูเม่ที่ไม่ได้อัปเดตมานานนม จนคนที่อัปเดตเรซูเม่เป็นประจำตัดหน้าไปซะก่อน การเขียนเรซูเม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งกับคนที่ตกงานมานานรวมถึงคนที่ถูกให้ออกจากงาน จะเขียนอย่างไรให้ดูดีไม่มีข้อบกพร่อง ของอย่างนี้ต้องมีเทคนิค ไปดูกันเลยค่ะ เติมเต็มจุดดีจุดด้อย ให้เรซุเม่ของคุณด้วยวิธีง่ายๆ จนต้องร้องว้าว 1. คุณว่างงานมาเป็นเวลานาน หากคุณว่างงานมานาน จะปล่อยให้เรซูเม่ของคุณมีช่องว่างระหว่างงานล่าสุดจนถึงปัจจุบันก็ดูจะไม่ดีนัก ระหว่างที่รองานประจำ คุณอาจจะทำงาน Part Time หรือมีส่วนร่วมในงานอาสาสมัครเพื่อสังคม หรือรับ Job ช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อใส่ลงไปในเรซูเม่ของคุณ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเห็นว่าคุณเป็นคนที่ไม่หยุดนิ่ง รู้จักใช้ทักษะและเวลาให้เป็นประโยชน์ 2. คุณถูกให้ออกจากงาน การถูกให้ออกจากงานนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก อาจเป็นการให้ออกจากงานด้วยปัญหาของบริษัท นั่นย่อมไม่ใช่ความผิดของคุณ ดังนั้นคุณไม่ต้องกังวลใจที่จะบอกไปตรง ๆ ว่าคุณถูกให้ออกจากงาน ดีกว่าโกหกไปว่า คุณยังคงทำงานอยู่จนถึงปัจจุบัน เพราะถ้าหากผู้ประกอบการทราบความจริงขึ้นมา คุณจะถูกหมายหัวเอาได้ 3. คุณเพิ่งเข้าทำงาน และถูกให้ออกจากงานทันทีเพราะพิษเศรษฐกิจ บางคนคิดว่าการกรอกประวัติการทำงานที่ทำได้ไม่นานลงไป ไม่เป็นผลดีต่อการสมัครงาน แต่อันที่จริง ประสบการณ์ทำงานทุกอย่างมีความสำคัญ แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม อย่างที่กล่าวมาแล้วว่า หากถูกให้ออกด้วยปัญหาของบริษัทเอง ใคร ๆ ก็เข้าใจว่านั่นไม่ใช่เพราะผลการทำงานของคุณ 4. คุณสมัครงานในตำแหน่งที่ต่ำกว่า เป็นเรื่องน่าแปลกที่คนเราจะลดตำแหน่งตัวเองลงมา ในเรื่องนี้คุณควรอธิบายกับผู้ประกอบการว่า จริง ๆ แล้วตำแหน่งก็เป็นเพียงแค่ชื่อเรียก สิ่งที่คุณโฟกัสคือความสำเร็จขององค์กรไม่ว่าคุณจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม 5. คุณเป็นนักศึกษาจบใหม่ ยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน ประเด็นนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับนักศึกษาจบใหม่อย่างคุณ เพราะประสบการณ์นั้นสามารถสั่งสมได้จากกิจกรรมทุกอย่าง ที่คุณทำในขณะเรียน ไม่ว่าจะเป็นการทำรายงานเป็นกลุ่ม ประสบการณ์การเป็นอาสาสมัคร การออกค่าย การทำกิจกรรมภายในคณะ กิจกรรมในมหาวิทยาลัย กิจกรรมที่แสดงถึงความเป็นผู้นำ…