เปิดตัว SanDisk SSD Plus มอบประสิทธิภาพการทำงานอันทรงพลัง

เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ปอเรชั่น (NASDAQ: WDC) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลและโซลูชั่น ได้ เปิดตัว SanDisk SSD Plus ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการขยายโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูล SSD สำหรับผู้บริโภคของประเทศไทย โดย SanDisk SSD Plus รุ่นถัดไปจะเป็นโซลูชั่นที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ใช้ที่กำลังมองหาการพัฒนาประสิทธิภาพของแล็บท็อปหรือโน็ตบุ๊ค ทีให้ราคาถูกกว่าการซื้อระบบใหม่เป็นอย่างมาก เปิดตัว SanDisk SSD Plus มอบประสิทธิภาพการทำงานอันทรงพลัง SanDisk SSD Plus มอบเวลาการทำงานและการปิดการใช้งานที่รวดเร็วยิ่งขึ้น พัฒนาการตอบสนองของแอพพลิเคชั่นและการถ่ายโอนข้อมูล ทั้งยังได้รับการปรับปรุงด้านประสิทธิภาพการทำงานของระบบโดยรวมอีกด้วย สำหรับการติดตั้ง SanDisk SSD Plus ผู้ใช้จะสามารถอัปเกรดแล็ปท็อปหรือคอมพิวเตอร์ได้โดยทันที จนสามารถละทิ้งความรู้สึกที่ต้องการจะเปลี่ยนแล็ปท็อปหรือคอมพิวเตอร์ได้อย่างสิ้นเชิง เนื่องจาก SanDisk SSD Plus ได้มอบความรวดเร็วในการอ่านข้อมูลสูงสุดถึง 535MB/s2 และให้ประสิทธิภาพในการทำงานที่ดียิ่งขึ้นมากถึง 20 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟทั่วไปสำหรับแล็ปท็อป SanDisk SSD Plus พร้อมวางจำหน่าย ในรุ่น 120GB, 240GB และ 480GB ผู้บริโภคจึงสามารถเพลิดเพลินไปกับความสะดวกสบายแล็ปท็อปหรือคอมพิวเตอร์ที่ให้จากประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น จากพื้นที่สำหรับการจัดเก็บข้อมูลประเภทสื่อต่างๆ และแอพพลิเคชั่น อาทิ รูปภาพ วีดีโอ เพลง และเกม ทั้งนี้ SanDisk SSD Plusยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช TLC NAND และ SLC ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการอ่านและเขียน ข้อมูลรวมถึงประสิทธิภาพในการทำงานแบบต่อเนื่องอีกด้วย เมื่อเปรียบเทียบกับฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟที่ช่วยมอบค่าสมรรถนะที่สูง ด้าน SSDs จะช่วยมอบการใช้พลังงานที่ลดลงและเสียงรบกวนที่น้อยลง ในขณะที่ยังให้ความเร็วในการเริ่มต้นการทำงานและหยุดทำงานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงการเริ่มทำงานของแอพพลิเคชั่นและการถ่ายโอนข้อมูล โดย SanDisk SSD ได้รับการออกแบบและการทดสอบมาให้ทนทานต่อการสั่นสะเทือนรวมถึงความคงทนที่สูง จึงช่วยสร้างความสบายใจให้แก่ผู้ใช้งานได้ว่าไดร์ฟของพวกเขาจะปลอดภัย…

ออราเคิลเปิดตัวบริการใหม่ในกลุ่ม Oracle Cloud Infrastructure

ประธานของออราเคิล เปิดเผยถึงการพัฒนาครั้งสำคัญในส่วนของบริการ Oracle Cloud Infrastructure ซึ่งช่วยให้องค์กรต่างๆ มี Infrastructure as a Service(IaaS) ที่ยืดหยุ่นและครอบคลุม ซึ่งรวมถึงระบบการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลที่มีความยืดหยุ่นเพื่อใช้งานแอพพลิเคชั่นขององค์กรผ่านระบบคลาวด์ ทั้งนี้ บริการ Oracle IaaS ใหม่ ประกอบด้วย Oracle Compute Cloud, Oracle Storage Cloud – Archive and File Storage, Oracle Network Cloud และ Oracle Container Cloud ทำให้เป็นการง่ายยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าที่จะติดตั้ง ทดสอบ และเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ใน Oracle Cloud ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ออราเคิลยังขยาย Oracle Cloud Marketplace เพื่อที่จะรวมเพิ่มประสิทธิภาพของแอพพลิเคชั่นและซอฟต์แวร์ที่มีการกำหนดค่าการทำงานไว้ล่วงหน้าเข้ามาไว้ด้วย คุณโทมัส คูเรียน ประธานฝ่ายการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ออราเคิล “องค์กรต่างๆ ล้วนต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพจนเป็นที่ยอมรับ และปลอดภัย เพื่อบริหารจัดการเวิร์คโหลดขององค์กรขนาดใหญ่ในระบบคลาวด์” คุณโทมัส กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบัน บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานของออราเคิลได้เป็นตัวขับเคลื่อนการทำงานของ Oracle Cloud Platform และธุรกิจของ Oracle SaaS รวมถึงองค์กรที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในระดับโลกอีกหลายแห่ง ด้วยการอัพเดทครั้งใหญ่ดังกล่าว ขณะนี้ออราเคิลกำลังทำให้บริการโครงสร้างพื้นฐานหลักของ Oracle Cloud ชุดเดิม ซึ่งได้แก่ Compute, Storage และ Network มีไว้รองรับความต้องการของลูกค้าและคู่ค้า” สถิติการใช้งาน Oracle Cloud ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง…

Lenovo Storage S2200 และ S3200

เปิดตัวโซลูชั่นสำหรับองค์กรธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางด้วยผลิตภัณฑ์สตอร์เรจแบบ SAN ด้วย Lenovo Storage S2200 และ S3200 ที่มาพร้อมคุณสมบัติการจัดเรียงทำให้มีความเรียบง่าย รวดเร็ว ขยายขีดความสามารถและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ และง่ายต่อการบูรณาการเข้ากับเครือข่ายอื่นๆ Lenovo Storage S2200 และ S3200 คุณจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลอโนโว ประเทศไทย กล่าวว่า “Lenovo S2200 และ S3200 ออกแบบมาเพื่อยกระดับมาตรฐานของ SAN และตอบสนองความต้องการของกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศไทยที่มีงบลงทุนจำกัด การเติบโตอับรวดเร็วของธุรกิจดาต้าไอทีทุกวันนี้ ทำให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญมายิ่งขึ้น เพราะจำเป็นต้องมีความคล่องตัวและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งสองจากเลอโนโวนั้น สามารถตอบโจทย์กลุ่มเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SME) สำหรับผู้นำระดับโลกอย่าง เลอโนโวมุ่งมั่นจะขยายการให้บริการนวัตกรรมโซลูชั่นแบบ end-to-end ที่จะช่วยส่งเสริมให้องค์การเดินหน้าอย่างราบรื่นและง่ายยิ่งขึ้น” Lenovo Storage S2200 และ S3200: ตอบโจทย์ความต้องการสำหรับธุรกิจขนาดย่อย Lenovo Storage S2200 และ S3200 ช่วยสนับสนุนธุรกิจให้มีการจัดการข้อมูลที่ง่าย และสะดวกยิ่งขึ้นด้วยการรองรับแอพพลิเคชั่นมากมาย ที่มีความหลากหลายการใช้งาน ตั้งแต่การท่องเว็บและการจัดการ/วิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งจำเป็นต้องมีการใช้งานหน่วยเก็บข้อมูลสูง (IOPs) จนไปถึงการใช้งานกล้องวงจรปิดและการตรวจเช็คสินค้าที่ผ่านเข้าระบบแบบรีลไทม์ ด้วยนวัตกรรมของ Lenovo Storage ที่มาพร้อมกับ Controller แบบ 2U-12 ซึ่งสามารถติดตั้งดิสก์ได้ 24 หน่วย โดย Lenovo Storage S2200 สามารถเพิ่มฮาร์ดดิสก์ได้สูงสุดถึง 96 หน่วย ในขณะที่ Lenovo Storage S3200 สามารถเพิ่มฮาร์ดดิสก์ได้สูงสุดถึง 192 หน่วยเพื่อรองรับการเพิ่มหน่วยความจำในอนาคต นอกจากนี้Lenovo Storage…