ความท้าทายที่มากับระบบการสื่อสาร ไร้สายแบบ RAN

ปัจจุบันการใช้งานเครือข่ายในเมืองใหญ่มีทิศทางเพิ่มสูงขึ้น เห็นได้จากปริมาณการใช้อินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือและระบบ ไร้สายแบบ RAN จากกลุ่มของผู้ให้บริการทั่วโลก ที่มีการเจริญเติบโตสูงถึง 60 – 120 เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยล่าสุดประเทศไทยยังได้ต้อนรับเทคโนโลยี 4G และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะกลายมาเป็นปัจจัยหนึ่งในการกระตุ้นให้การใช้อินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของการใช้งานเครือข่าย อาจจะยังคงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากพอสมควรสำหรับผู้ให้บริการทางด้านโทรคมนาคม (MNOs) ในการมอบประสบการณ์ทีดีเยี่ยม (QoE) ให้กับผู้บริโภค ดังนั้น อะไรเป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการควรให้ความสนใจก่อนที่จะสายไปบ้าง ความท้าทายที่มากับระบบการสื่อสาร ไร้สายแบบ RAN จากงานวิจัยล่าสุดของ State of the RAN ได้ชี้ให้เห็นถึงเก้าเทรนด์หลักๆ ในปี 2559 ที่ผู้ให้บริการควรจะต้องให้ความสนใจเป็นอันดับแรก รวมไปถึงคำแนะนำเพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในวันที่โลกต้องรับมือกับเทคโนโลยีที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว และนี่คือตัวอย่างของเทรนด์ที่น่าสนใจจากงานวิจัย State of the RAN ประจำปี 2559 ของแอมดอกซ์ พบปัญหาสายหลุดในการโทรศัพท์ผ่านระบบ LTE (VoLTE) มากกว่าระบบ 2G และ 3G สูงถึง 4 – 5 เท่า แม้ว่า VoLTE อาจจะยังไม่แพร่หลายมากนักในประเทศไทย แต่ผู้ให้บริการหลายแห่งพยายามผลักดันให้มีการใช้ VoLTE อย่างแพร่หลายในอนาคตอันใกล้นี้ นอกจากนี้ยังมุ่งมั่นที่จะยกเลิกการให้บริการของ 2G และ 3G และบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกันด้วย ในขณะที่ VoLTE ได้นำเสนอถึงศักยภาพที่มาพร้อมคุณภาพสูง แต่เราได้พบปัญหาสายหลุดในการโทรศัพท์ ซึ่งสิ่งนี้อาจกลายเป็นระเบิดเวลาได้ อย่างไรก็ตามด้วยอัตราการเจริญเติบโตที่รวดเร็วของเทคโนโลยีเครือข่าย เราพบว่า ผู้ให้บริการจะสามารถแก้ไขปัญสายหลุดบน VoLTE ลงได้น้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปัญหาสายหลุดบน 2G และ 3G ภายในหกเดือน และจะสามารถแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างทางคุณภาพเสียงระหว่าง VoLTE และระบบอื่นๆ ได้อย่างชัดเจนในอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้…