ช้อปพลัส ไทยแลนด์ เปิดตัว ช้อปพลัส สุดยอดแอพพลิเคชั่นผู้ช่วย

ช้อปพลัส ไทยแลนด์ แถลงข่าว เปิดตัว ช้อปพลัส จาก ไอคาลา บริษัทสตาร์ทอัพชั้นนำผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาเทคโนโลยี เอไอ เพื่อใช้ในงานการตลาดจากไต้หวัน เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ประกาศมั่นใจ “ช้อปพลัส” ที่มีเทคโนโลยี เอไอ จะช่วยบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์ ให้เจ้าของร้านค้า “เหนื่อยน้อยลง แต่ขายของได้มากขึ้น” ด้วย 3 บริการหลัก บริการฟรีแชทบอท สามารถตอบโต้ สื่อสารกับลูกค้าได้ดั่งใจ บริการช่วยเก็บทุกออร์เดอร์อัตโนมัติ ทำให้ร้านค้าไม่พลาดทุกการซื้อขาย และบริการจัดการขนส่งสินค้าแบบพรีเมี่ยม รับ-ส่งถึงหน้าประตู ชูจุดแข็ง แอพพลิเคชั่น ช้อปพลัส ถูกออกแบบและพัฒนาจากประสบการณ์เชิงลึกของผู้ใช้ชาวไทย เพื่อชาวไทยโดยเฉพาะ โดยวสามรถดาวโหลดแอพพลิเคชั่นได้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งเป้าช้อปพลัส เป็นตัวช่วยพัฒนาธุรกิจร้านค้าโซเชียลในประเทศไทยที่กำลังเติบโตตามตามกระแสตลาดโลกในปัจจุบันให้แข็งแกร่ง พร้อมเล็งลงทุนเต็มที่หวังช่วยพัฒนาธุรกิจร้านค้าโซเชี่ยลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันต่อไป ช้อปพลัส ไทยแลนด์ เปิดตัว ช้อปพลัส สุดยอดแอพพลิเคชั่นผู้ช่วย มร. เซกะ เชง ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอคาลา กรุ้ป ผู้นำธุรกิจสตาร์ทอัพในทวีปเอชีย ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี เอไอ เพื่อใช้ในงานด้านการตลาดกล่าวว่า การเปิดตัว ช้อปพลัส ในวันนี้ ถือเป็นก้าวแรกในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศของ ไอคาลา โดยจากรายงานการตลาดล่าสุดพบว่า ธุรกิจโซเชียลคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีการเติบโตมากกว่า 7 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2016 ซึ่งเท่ากับ 5 เท่าของตลาดอีคอมเมิร์ซทั้งหมด ทั้งนี้ช้อปพลัส ถือเป็นการลงทุนระยะยาวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบริษัทซึ่งรวมถึง ประเทศไทย และเวียดนาม โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีระบบพื้นฐานอินเตอร์เน็ตที่พร้อมที่สุดในภูมิภาคนี้ มร. เซกะ จึงเชื่อว่าบริษัทฯ น่าจะสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ธุรกิจการค้าออนไลน์ในโซเชียลมีเดียของไทยด้วยเทคโนโลยี เอไอ สุดทันสมัยที่บริษัทฯ มีได้ “เราตื่นเต้นมากที่ได้มาเปิดตลาดที่นี่ เรามีแผนจะขยายธุรกิจในต่างประเทศ และเราเลือกประเทศไทยเป็นตลาดพรีเมี่ยมแห่งแรก เนื่องจากเรามีความมั่นใจในตลาดนี้มาก…

คาดการณ์นักท่องเที่ยว ชาวไทยมีแนวโน้มใช้จ่ายกับการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นสูงสุด

การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อ เทียบค่าเฉลี่ยโดยรวมของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียหรือทั่วโลก คาดการณ์นักท่องเที่ยว เกี่ยวกับงบค่าใช้จ่ายในการเดินทางของแผนการท่องเที่ยวครั้งต่อไป อ้างอิงจากผลสำรวจเกี่ยวกับแผนการท่องเที่ยวระดับโลกของวีซ่า (Visa Global Travel Intentions Study) โดยผลสำรวจฉบับนี้ศึกษาเกี่ยวกับเทรนด์และพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักเดินทางจำนวน 17,500 ราย จาก 27 ประเทศทั่วโลก คาดการณ์นักท่องเที่ยว ชาวไทยมีแนวโน้มใช้จ่ายกับการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นสูงสุด ผลสำรวจในครั้งนี้คาดว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยจะใช้เงินเยอะขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์จากทริปที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่านักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย (46 เปอร์เซ็นต์) และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก (36 เปอร์เซ็นต์) โดยค่าเฉลี่ยจากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดพบว่านักท่องเที่ยวชาวไทยใช้จ่ายต่อทริปอยู่ที่ 49,135.68 บาท (1,502 เหรียญสหรัฐ)[1] และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 73,670.80 บาท (2,252 เหรียญสหรัฐ) สำหรับการเดินทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลกนั้นเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 38,176.65 บาท (1,677 เหรียญสหรัฐ) และ 58,655.31 บาท (1,793 เหรียญสหรัฐ) ตามลำดับ แต่กลับมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่เป็นส่วนต่างสำหรับการเดินทางครั้งต่อไปน้อยกว่าประเทศไทยอยู่ที่ 80,007 บาท (2,443 เหรียญสหรัฐ) สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “จากที่ได้พูดคุยกับหลายๆองค์กรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวไทยวางแผนใช้เงินเยอะขึ้นในการท่องเที่ยวน่าจะเป็นเพราะทุกวันนี้มีผลิตภัณฑ์ในการชำระเงินที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งยังเพิ่มประโยชน์และสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวอีกด้วย ดังนั้นนักท่องเที่ยวชาวไทยจึงมีความมั่นใจในการใช้จ่ายมากขึ้น” นอกจากนี้ผลสำรวจฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นว่าการใช้บัตรชำระเงินเป็นที่แพร่หลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนการเดินทาง โดยสามในสี่ (76 เปอร์เซ็นต์) ของนักท่องเที่ยวชาวไทยเลือกใช้บัตรพลาสติกในการชำระเงินเพื่อจองสิ่งที่จำเป็นก่อนการเดินทาง อาทิ ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม เป็นต้น เมื่อเทียบกับการใช้เงินสดที่เกิดขึ้นเพียง 52 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้การชำระเงินผ่านบัตรยังเป็นช่องทางที่ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกจะใช้ระหว่างเดินทางท่องเที่ยว เนื่องจาก มีโปรโมชั่นที่ดี ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ต่ำกว่า ได้รับรีวอร์ดมากขึ้นหากใช้จ่ายในต่างประเทศ รวมถึงความปลอดภัยสูงสุด ถึงแม้ว่าเงินสดจะยังเป็นตัวเลือกหลักในการใช้จ่ายระหว่างการท่องเที่ยวสำหรับคนไทยส่วนมาก แต่บัตรเครดิต (67…

ควรเตรียมตัวอย่างไรดี เมื่อนักศึกษาอย่างเราว่างงาน

ปัญหาการว่างงานของนักศึกษาจบใหม่นอกจากไม่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานแล้ว ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากช่วงจังหวะและโอกาส ถึงบางครั้งจะรับจ็อบเป็น ฟรีแลนซ์ บ้างก็ตาม บางคนจบมาไม่นานก็สามารถหางานได้แล้ว ควรเตรียมตัวอย่างไรดี ในขณะที่เด็กจบใหม่บางกลุ่มยังคงวุ่นวายอยู่กับการเขียนเรซูเม่สมัครงานกันอยู่ นักศึกษาจบใหม่ตัดปัญหาการแข่งขันในตลาดแรงงานด้วยการเรียนปริญญาโทต่อทันที เพราะคิดว่าการมีวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้นจะทำให้ได้เปรียบมากขึ้นในการสมัครงาน โดยลืมไปว่า “ประสบการณ์การทำงาน” ต่างหากที่เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของการหางาน ยิ่งมีประสบการณ์มากเท่าไรยิ่งได้เปรียบ แต่การหางานนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะผู้ที่เป็นมือใหม่ในการสมัครงานด้วยแล้ว ควรเตรียมตัวอย่างไรดี เมื่อนักศึกษาอย่างเราว่างงาน เด็กจบใหม่ที่กำลังเริ่มหางาน หากรู้สึกว่าไม่ว่าจะพยายามขนาดไหน ก็ยังไม่ได้งานทำสักที ให้ลองหยุดการหางานนั้นไว้สักพักก่อน บางครั้งการต้องตกอยู่ในภาวะว่างงานก็ไม่เลวร้ายเสมอไป หากเราเตรียมรับมือกับสถานการณ์นั้นให้ดี เด็กจบใหม่ที่ไม่มีวี่แววว่าจะได้งานทำเสียที ก็อาจจะได้งานดีที่ถูกใจได้อย่างไม่ยากเย็น เด็กจบใหม่ที่ว่างงานควรเตรียมตัวอย่างไร เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสการได้งานทำ อีกทั้งไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ 1. เตรียมข้อมูลก่อนสมัครงาน เด็กจบใหม่ที่กำลังว่างงานจะมีเวลามากขึ้นในการเตรียมตัวสมัครงาน หากเป็นไปได้ ให้ลองกลับมาทบทวนดูว่าเราติดขัดหรือมีปัญหาที่ตรงไหน ทำไมเราจึงไม่ได้งานทำเสียที แล้วมีสาเหตุใดบ้างที่ทำให้เราพลาดตำแหน่งงานที่ต้องการไปได้ จากนั้นให้เตรียมอัพเดทเรซูเม่ให้น่าสนใจกว่าเดิม พร้อมทั้งศึกษาความต้องการของตลาดแรงงาน กำหนดทิศทางการสมัครงานให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ใช้เวลาตอนว่างงานให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ด้วยการเตรียมข้อมูลให้พร้อมทุกด้าน ก่อนเริ่มต้นสมัครงานอีกครั้งหนึ่ง 2. หางานฟรีแลนซ์ทำ การว่างงานไม่ได้หมายความว่าเราต้องอยู่บ้านเฉย ๆ โดยไม่ต้องทำอะไร แต่เด็กจบใหม่ที่ว่างงานสามารถเพิ่มโอกาสให้กับตัวเองได้ ด้วยการทำงานฟรีแลนซ์ หรือหางานพาร์ทไทม์ทำ ประโยชน์อย่างแรก คือ เราจะลดความกดดันที่พลาดงานลงไปได้บ้าง และในขณะเดียวกัน เรายังคงสร้างรายได้ส่วนหนึ่งให้กับตัวเอง เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการสมัครงานต่อไปได้ อีกทั้งการทำงานฟรีแลนซ์ยังช่วยให้เราพัฒนาตัวเอง ทั้งในแง่ของศักยภาพในการทำงาน การได้กลุ่มเพื่อนใหม่ ๆ ซึ่งอาจจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้ทำงานของเราด้วย การเริ่มต้นหางานฟรีแลนซ์นั้นอาจจะยาก แต่ถ้าหากได้งานชิ้นแรกแล้ว งานชิ้นต่อ ๆ ไปก็จะง่ายขึ้น จนอาจจะลืมเรื่องการหางานประจำไปเลยก็ได้ 3. เสริมทักษะการทำงาน บางครั้งเราก็อาจจะรู้สึกว่าปัญหาหนึ่งที่ทำให้เราไม่ได้งาน เพราะเราขาดทักษะการทำงานบางอย่าง ทักษะซึ่งมีความจำเป็นต่อการทำงานในตำแหน่งนั้น ๆ เช่น เราต้องการสมัครงานไอทีในบริษัทต่างชาติ แต่เราพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดี หรืออาจจะพูดไม่ได้เลย เราก็ต้องเริ่มคิดแล้วว่าเราจะต้องรีบเสริมความรู้ให้กับตัวเองอย่างเร่งด่วน เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ตำแหน่งงานที่เคยคาดหวังไว้ก็คงเป็นได้แค่ความฝัน เด็กจบใหม่ที่ว่างงานคือคนที่มีเวลาว่าง ควรรีบมองหาแนวทางในการพัฒนาตัวเอง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อาจจะด้วยการลงเรียนเสริมความรู้ เสริมทักษะในการทำงานให้มีมากขึ้น หรือขอเข้าไปฝึกงานในบริษัทที่สนใจ…

ทรานส์เซนด์ เปิดตัว JetRam DDR4 หน่วยความจำคุณภาพสูงในราคาประหยัด

ทรานส์เซนด์ อินฟอร์เมชัน, อิงค์. (Transcend) ผู้นำการผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และผลิตภัณฑ์ด้านมัลติมีเดีย เปิดตัวหน่วยความจำ JetRam DDR4 ที่มีความจุขนาด 4GB และ 8GB เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ประกอบในราคาประหยัด โมดูลหน่วยความจำ JetRam ของทรานส์เซนด์ผลิตขึ้นด้วยชิปหน่วยความจำ DRAM ที่ผ่านมาตรฐาน ETT ซึ่งเป็นขั้นตอนการคัดกรองที่เข้มงวดของทรานส์เซนด์ และการทดสอบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด และการทดสอบมาตรฐาน ลูกค้าสามารถรับประโยชน์จากคุณภาพที่เชื่อถือได้ ในราคาที่เหมาะสม ทรานส์เซนด์ เปิดตัว JetRam DDR4 หน่วยความจำคุณภาพสูงในราคาประหยัด หน่วยความจำ JetRam DDR4 ของทรานส์เซนด์สร้างขึ้นด้วยชิป DRAM ที่มีคุณภาพสูงสุด ซึ่งให้ประสิทธิภาพการทำงานและความทนทาน พร้อมด้วยคุณสมบัติของเทคโนโลยี DDR4 ที่ล้ำหน้า หน่วยความจำ DDR4 ของทรานส์เซนด์เลือกใช้ชิปหน่วยความจำความจุสูงทำให้มีโมดูลหน่วยความจำที่ความจุตั้งแต่4GB ถึง 8GB ให้เลือกใช้ ด้วยความเร็วในการรับส่งข้อมูลความเร็วสูง 2400MHz และแบนด์วิดธ์หน่วยความจำสูงสุด 19GB/s ทำให้โมดูลหน่วยความจำ DDR4 ของทรานส์เซนด์จะส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบได้อย่างครอบคลุม โมดูลหน่วยความจำ JetRam DDR4 ของทรานส์เซนด์ทำงานด้วยแรงดันไฟฟ้าต่ำที่ 1.2V ทำให้ลดภาระการใช้ไฟฟ้าของบัสหน่วยความจำและใช้พลังงานน้อยกว่าถึง 40% เมื่อเทียบกับหน่วยความจำ DDR3 รุ่นมาตรฐานที่ใช้แรงดันไฟฟ้า 1.5V ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของอุปกรณ์พกพา และปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้พลังงานน้อยลง นอกจากนี้เนื่องจากแต่ละโมดูลผลิตความร้อนน้อยทำให้การทำงานโดยรวมของระบบมีอุณหภูมิที่ไม่สูง ช่วยเพื่อเสถียรภาพในการทำงานโดยรวม นอกจากนี้โมดูลหน่วยความจำ JetRam DDR4 ของทรานส์เซนด์ มีให้เลือกใช้งานสอบแบบคือ U-DIMM และ SO-DIMM ทำให้คุณสามารถนำหน่วยความจำ JetRam DDR4 ไปอัปเกรดโน้ตบุ๊ก หรือนำไปประกอบในพีซีได้อย่างเหมาะสมพร้อมด้วยคุณภาพสูง ทั้งนี้โมดูลหน่วยความจำ JetRam DDR4 ของทรานส์เซนด์ได้รับการทดสอบโดยกระบวนการคัดกรองที่เข้มงวดของทรานส์เซนด์…

LiveMe เปิดตัว Fluxr แอพพลิเคชั่นถ่ายทอดสดเกมบนมือถือ

แอพพลิเคชั่นโซเชียลเน็ตเวิร์คอันดับต้นๆ จากทวีปอเมริกาเหนือ ประกาศเปิดตัวเกมสำหรับมือถือใหม่ล่าสุดและแพลตฟอร์มถ่ายทอดสดการแข่งขัน eSports บนมือถือโดยทางค่าย LiveMe เปิดตัว Fluxr สำหรับเกมเมอร์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ Fluxr ด้วยความตั้งใจที่จะยกระดับประสบการณ์เล่นเกมให้กับคอเกมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยฟีเจอร์โต้ตอบระหว่างผู้ใช้งานที่มีความทันสมัย นอกจากนี้ Fluxr ยังมุ่งตอบโจทย์การถ่ายทอดสดที่มีคุณภาพสูง มีเนื้อหาด้านเกมที่ครบถ้วน รวมไปถึงการสร้างกลุ่มเกมมิ่งที่สามารถโต้ตอบและมีความเสมือนจริงให้เหล่าเกมเมอร์ ซึ่งบนแพลตฟอร์มนี้ ผู้ใช้จะสามารถชมการถ่ายทอดสดของเกมยอดนิยม อาทิ PUBG MOBILE, Fortnite, Rules of Survival, Arena of Valor, League of Legends, Minecraft, CSGO, GTA5, DOTA2, Call of Duty, Clash Royale และอื่นๆ อีกมากมาย LiveMe เปิดตัว Fluxr แอพพลิเคชั่นถ่ายทอดสดเกมบนมือถือ LiveMe เติบโตอย่างรวดเร็วและดำเนินการในมากกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ทั้งยังมีผลประกอบการที่น่าประทับใจในตลาดเอเชียตะวันออกเชียงใต้ ซึ่งจากผลการวิจัยที่จัดทำโดย Frost & Sullivan ระบุว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่ตลาดเกมมือถือมีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในโลก และมีการคาดการณ์รายได้ว่าจะมากกว่า 7 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2562[1] ตลาดเกมในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา และยังเป็นประเทศที่มีตลาดเกมใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 23 จากทั่วโลก ด้วยการเติบโตที่มั่นคงกว่า 21 – 22 เปอร์เซ็นต์ต่อปี[2] ประเทศไทยมีเหล่าเกมเมอร์มากถึง 17.2 ล้านราย โดยมีเกมเมอร์มากถึง 9.5 ล้านคนที่ใช้เงินในการซื้อเกมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 35.32 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,200 บาท[3] ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวมของทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปี 2561…

โปรแกรม Daemon Tools Lite จำลองไดร์ฟบนเครื่องคอมพิวเตอร์

ตอนนี้หลายๆ โปรแกรมค่อนข้างสะดวกกับการใช้งานมากขึ้นด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้การใช้แผ่น CD, DVD ค่อนข้างจะห่างหายไปจากการใช้งานแล้ว ด้วยความสิ้นเปลืองทั้งยังพกพายากทำให้โปรแกรมประเภท Rip ไฟล์มีบทบาทมากขึ้น และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ โปรแกรม Daemon Tools Lite จำลองไดร์ฟบนเครื่องคอมพิวเตอร์หรือที่เรียกว่าร่างเสมือนนั่นเอง โดยมันสามารถจำลองและเปิดใช้งานไฟล์ที่ถูก Rip ไว้บนเครื่องคอมได้ทันที คล้ายกับเปิดแผ่น CD, DVD เลยเพียงแต่คุณไม่จำเป็นต้องใช้ CD ROM หรือ DVD ROM อีกต่อไป ไม่แพ้โปรแกรมประเภทเดียวกันอย่าง Power ISO, Ultra ISO, NERO เป็นต้น โปรแกรม Daemon Tools Lite จำลองไดร์ฟบนเครื่องคอมพิวเตอร์ หลักการของมันก็ง่ายๆ เพียงแค่ทำการสร้างไฟล์ Images ลงไปในเครื่องคุณก็สามารถเล่นเกมส์นั้นได้เลยจากไดร์ฟ CD หรือ ไดร์ฟ DVD จำลองนั้นๆ โดยไม่ต้องใช้แผ่น CD หรือ แผ่น DVD อีก ทั้งยังรองรับไฟล์หลายประเภทด้วยกันไม่ว่าจะเป็น B5T, B6T, BWT, CCD, CDI, CUE, ISO, ISZ, MDS, MDX, NRG เป็นต้น ซึ่งไฟล์ที่กล่าวมาข้างต้นนิยมทำเป็นไฟล์อิมเมจ (Image File) เราสามารถนำไฟล์พวกนี้ไปใส่ใน USB Drive, Flash Drive ไปใช้งานที่อื่นได้เลย ขอเพียงมีโปรแกรมตัวนี้ก็เพียงพอแล้ว สำหรับคนที่กังวลว่าโปรแกรมจะมีไวรัสหรือปัญหาตามมาหรือไม่? แนะนำก่อนติดตั้งให้ดูตัวเลือกดีๆ ก่อนทำการติดตั้งเป็นพอ ซึ่งทางทีมพัฒนาโปรแกรมอัพเดทโปรแกรมอยู่เป็นประจำทำให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ใครที่กังวลว่าจะใช้กับ Windows ที่มีอยู่หรือไม่? ไม่ต้องห่วงเลยเพราะมันสามารถรองรับได้กับ Windows 2000, XP, Server 2003, Vista, Server 2008, 7…

ส่ง RX100 VI ปฏิวัติไลฟ์สไตล์การถ่ายภาพเพื่อนักเดินทางตัวจริง

เดินหน้าเขย่าตลาดกล้องเมืองไทยให้สั่นสะเทือนอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวสุดยอดกล้องพรีเมี่ยมคอมแพ็คท์ในตระกูล Cyber-Shot RX Series รุ่นล่าสุด ส่ง RX100 VI (อาร์เอ็กซ์ 100 มาร์คซิกซ์) ที่ได้รับการต่อยอดจากความสำเร็จของกล้องรุ่น RX100 V ให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยจุดเด่นของกล้อง RX100 VI ยังคงรักษาคอนเซ็ปท์การดีไซน์ที่เล็กกะทัดรัดเพื่อให้เหมาะต่อการพกพาในสไตล์กล้องคอมแพ็คท์ แต่ให้ประสิทธิภาพการถ่ายภาพคุณภาพสูงยิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยเลนส์ ZEISS Vario-Sonnar T* ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด 24-200mm f2.8-4.5 ซึ่งให้พลังซูมสูงในการถ่ายภาพได้ไกลยิ่งขึ้น เพื่อเอาใจผู้รักการถ่ายภาพที่ต้องการคุณภาพของภาพในระดับมืออาชีพอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีเซ็นเซอร์รับภาพแบบ Stacked 20.1 MP Exmor RS CMOS ขนาด 1 นิ้ว พร้อมความไวชัตเตอร์สูงสุดถึง 1/32,000 วินาที ช่วยให้ถ่ายภาพวัตถุเคลื่อนที่ได้ไวกว่าเซ็นเซอร์ทั่วไปและให้ความเงียบในการถ่ายทุกโหมดอีกด้วย รวมถึงชิปประมวลผลภาพอันทรงพลังอย่าง BIONZ X ที่พัฒนาให้ขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจับภาพได้อย่างรวดเร็วชัดเจน พร้อมกับ Front-end LSI และระบบกันสั่น Optical Steady Shot ภายในเลนส์ที่กันสั่นได้ถึง 4 สต็อป ทั้งยังถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น ส่ง RX100 VI ปฏิวัติไลฟ์สไตล์การถ่ายภาพเพื่อนักเดินทางตัวจริง ยิ่งไปกว่านั้น กล้อง RX100 VI ยังมาพร้อมกับระบบโฟกัสภาพแบบ Phase Detection ที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 315 จุด รวมถึงมีระบบโฟกัสภาพติดตามดวงตา Eye AF ที่มีประสิทธิภาพทำงานดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม 2 เท่า และยังสามารถล็อกโฟกัสได้อย่างรวดเร็วที่สุดในโลกภายใน 0.03 วินาทีเท่านั้น ทำให้สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้อย่างรวดเร็วถึง 24…

ส่องสินค้าเด่น โปรโมชั่นจากหัวเว่ยในงาน Thailand Mobile Expo

หัวเว่ยยกทัพขบวนสินค้าทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่มาพร้อมกับสเปคสุดล้ำและโปรโมชั่นกระแทกใจ ส่องสินค้าเด่น ในงาน Thailand Mobile Expo 2018 ที่สุดแห่งมหกรรมมือถือ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 พฤษภาคมนี้ ณ บูธ HUAWEI โซนแพลนารีฮอลล์ PL6 โซนแพลนารีฮอลล์ PM 11/2 และโซนฟอร์เย่ M4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ส่องสินค้าเด่น โปรโมชั่นจากหัวเว่ยในงาน Thailand Mobile Expo สมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพสุดฮอต ที่ใครๆก็อยากเป็นเจ้าของ · HUAWEI P20 Series สุดยอดสมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพที่ดีที่สุดตามมาตรฐาน DxOMark พร้อมต้อนรับการกลับมาของ HUAWEI P20 Pro สี Twilight หลังกระแสตอบรับถล่มทลายและสินค้าขาดตลาดตั้งแต่เปิดตัว พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ซื้อ HUAWEI P20 Pro ในสี Twilight, Midnight Blue และ Black ในราคา 27,990 บาท รับฟรีทันที HUAWEI SoundStone Portable Bluetooth Speaker, Huawei Color Band A2 มูลค่ารวม 4,480 บาท หรือซื้อ HUAWEI P20 ในสี Midnight Blue, Black และ Pink Gold สีพิเศษที่กำลังเป็นเทรนด์มาแรง ในราคา 19,990…

โปรแกรม ZHPCleaner ป้องกันไวรัสจาก Adware

การเล่นคอมพิวเตอร์ท่องอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันเป็นเรื่องง่ายมาก ขอแค่มีสายอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ทั่วไปอย่าง คอมพิวเตอร์ โน็ตบุ๊ค มือถือหรือแท็บเล็ตสักเครื่องก็เล่นได้แล้ว แต่คอมพิวเตอร์ก็เสี่ยงอันตรายเช่นเดิม จะดีกว่ามั้ยถ้าเรามีโปรแกรมป้องกันไวรัสด้วย โปรแกรม ZHPCleaner ป้องกันไวรัสจาก Adware , Spyware และอื่นๆ ที่มาจากการเล่นอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเข้าเว็บดูหนัง ฟังเพลง ดาวน์โหลดโปรแกรมมาใช้งานก็เสี่ยงติดไวรัสทั้งนั้น ทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณอาจโดนการแก้ไขและปรับแต่งหลายส่วนจนไม่สามารถใช้งานได้หรือโดนโปรแกรมแอบแฝงให้จดจับรหัสต่างๆ ในเครื่องก็ได้เช่นกัน โปรแกรม ZHPCleaner ป้องกันไวรัสจาก Adware ช่วยดูแลระบบความปลอดภัยให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ในด้านการค้นหา (Scan) และป้องกัน (Detect) จำพวกโปรแกรมไวรัสโฆษณาแฝง (Adware) รวมถึงมัลแวร์ (Malware) และสปายแวร์ (Spyware) ที่แฝงเข้ามาสร้างความเสียหาย และผิดปกติต่างๆ ให้กับ เว็บเบราว์เซอร์ ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนหน้าแรก หรือ หน้าโฮมเพจ (Homepage) การเปลี่ยนแปลงระบบการค้นหาของ เครื่องมือค้นหา (Search Engine) การเพิ่มทูลบาร์ หรื่อแถบเครื่องมือค้นหาอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นต่อการใช้งาน และความผิดปกติอื่นๆ อีกมากมาย ที่เรียกกันว่า Browser Hijacker นั่นเอง ภายในโปรแกรม ZHPCleaner มีรูปแบบการใช้งานที่ง่าย โดยมีฟังก์ชั่นการใช้งานหลักๆ อยู่ 3 ระบบด้วยกัน คือ ระบบ Scanner : ที่ใช้สแกนค้นหาความผิดปกติต่างๆ จาก ไวรัสแอดแวร์ และสปายแวร์ ระบบ Repair : ที่ใช้สำหรับช่วยแก้ไขซ่อมแซมความผิดปกติที่เกิดขึ้น ระบบ Report : ที่ใช้ในการรายงานข้อมูลทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างละเอียด ซึ่งการใช้งานของโปรแกรมสามารถครอบคลุมไปถึงส่วนของไฟล์รีจิสทรีย์ (Registry Files) และ การตั้งค่าต่างๆ ที่เปลี่ยนไปของตัวเว็บเบราว์เซอร์…

เทรนด์ไมโคร ชูจุดเด่น 4 ประการ พร้อมเผย TippingPoint TX Series

หลังจากที่ บริษัท เทรนด์ไมโคร อินคอร์ปอเรท (TYO: 4704; TSE: 4704) ได้เข้าซื้อผลิตภัณฑ์ ทิปปิ้งพอยท์ (TippingPoint) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ด้านการป้องกันและการตรวจจับภัยคุกคามที่ให้ประสิทธิภาพความเร็วในการทำงานที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบัน โดยล่าสุดได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เทรนด์ไมโคร ทิปปิ้งพอยท์ ทีเอ็กซ์ ซีรี่ส์ (TippingPoint TX Series) พร้อมจัดงานสัมมนาอัพเดตข้อมูลและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เทรนด์ไมโคร ชูจุดเด่น 4 ประการ พร้อมเผย TippingPoint TX  Series ทิปปิ้งพอยท์ ทีเอ็กซ์ ซีรีส์ ให้การป้องกันภัยคุกคามขั้นสูงแบบบูรณาการโดยใช้ประโยชน์จาก สมาร์ทโปรเทคชั่น เน็ตเวิร์ค หรือ เอสพีเอ็น (Smart Protection Network™ – SPN) ของบริษัท เทรนด์ไมโคร อย่างชาญฉลาดเพื่อตรวจจับและสกัดกั้นการโจมตีทั้งที่รู้จัก ไม่รู้จัก และไม่เปิดเผยในแบบเรียลไทม์ รวมถึงการตรวจสอบประวัติของยูอาร์แอล และการบังคับใช้รายการยูอาร์แอล ที่เป็นอันตรายที่ผู้ใช้เพิ่มเข้าไปในระบบด้วย ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ยังมีคุณสมบัติด้านการวิเคราะห์ภัยคุกคามขั้นสูง ทำให้สามารถทำงานร่วมกับดีปดิสโคเวอรี (Deep Discovery™) เพื่อส่งต่อสิ่งที่น่าสงสัย รวมถึงยูอาร์แอลไปทำการวิเคราะห์และดำเนินการป้องกันโดยทันที สิ่งนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าองค์กรทั่วโลกจะมีความปลอดภัยสูงสุดเมื่อต้องรับมือกับเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก จากการทดสอบของบริษัทเอ็นเอสเอสแล็บส์ (NSS Labs) ผลิตภัณฑ์ เทรนด์ไมโคร ทิปปิ้งพอยท์ ทีเอ็กซ์ ซีรี่ส์ได้คะแนนประสิทธิภาพด้านการรักษาความปลอดภัยโดยรวมถึง99.65 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นแล้ว เทรนด์ไมโคร ยังได้รับการจัดอันดับจากบริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ ให้อยู่ในกลุ่มผู้นำใน เมจิคควอดแดรนท์สำหรับระบบตรวจจับและป้องกันภัยคุกคาม และในปีล่าสุด (2018) เทรนด์ไมโคร ได้รับการจัดอันดับตำแหน่งสูงขึ้นในกลุ่มผู้นำอย่างมีนัยสำคัญ เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ คุณปิยธิดา ตันตระกูล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทิปปิ้งพอยท์…