เตรียมตัวหางานใหม่ คิดดีหรือยังถามใจตัวเองดูดีๆ

การเปลี่ยนงานใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเปลี่ยนกันได้ทันทีที่ต้องการอย่างน้อยต้อง เตรียมตัวหางานใหม่ เป็นอันดับแรกๆ หากออกไปทั้งที่ไม่มีงานรองรับค่อนข้างอันตรายกับภาระและรายจ่ายที่ต้องแบกรับอยู่ นอกจากพนังงานออฟฟิสที่ทำงานนั่งโต๊ะยังรวมไปถึง ฟรีแลนซ์ ที่รับจ้างงานทุกวันด้วยไม่ใช่เพียงแค่นั้นการเปลี่ยนงานใหม่เมื่ออายุมากขึ้นข้อจำกัดก็ยิ่งมากขึ้นไปเรื่อยๆ เช่นกัน ฉะนั้นการเปลี่ยนงานในแต่ละครั้งมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตและคนรอบข้างมากพอสมควร ทั้งยังเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงทางการงานอีกด้วย หากทำงานอยู่ที่เดิมนานๆ อาจได้เลื่อนตำแหน่งหรือเงินเดือนเพิ่ม แต่ทั้งนี้ก็ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้การทำงานดีหรือแย่นั่นเอง เตรียมตัวหางานใหม่ คิดดีหรือยังถามใจตัวเองดูดีๆ เราชอบงานใหม่มากกว่างานเก่าจริงหรือ? นี่เป็นสิ่งแรกที่อยากให้คุณทบทวน นี่เป็นคำถามที่คุณต้องพินิจให้ดีเลยละว่า การที่คุณจะเปลี่ยนงานนั้น เพราะคุณเบื่องาน เบื่อคน หรือว่าเบื่ออะไร เพราะหลายคนเปลี่ยนงานเพียงเพราะแค่เบื่อหรือแค่หนีปัญหาจากที่ทำงานเก่า ถ้าคุณเปลี่ยนงานเพราะเหตุผลเหล่านี้ บอกเลยค่ะ ว่านั่นคือสิ่งที่จะทำให้คุณจะล้มเหลวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะทุกที่ล้วนมีปัญหา มันจะทำให้คุณกลายเป็นคนที่วิ่งหนีปัญหาไปเรื่อย ๆ ทางที่ดี คุณควรเปลี่ยนงาน ด้วยเหตุผลที่ว่า งานใหม่ท้าทายกว่า งานใหม่ใช่กว่า ชอบกว่า ตรงใจกว่า แบบนี้มันจะทำให้คุณมีพลัง มีไฟ ที่จะทำงานแบบไม่มีที่สิ้นสุดเลยละ เตรียมตัวเปิดใจรับงานใหม่ รับกับสไตล์เจ้านายที่เปลี่ยน เมื่อมั่นใจแล้วว่าคุณจะไปที่ใหม่แน่ ๆ คุณก็ต้องเตรียมเปิดใจรับกับสไตล์การทำงานของเจ้านายหรือหัวหน้าคนใหม่ของคุณด้วย อันนี้สำคัญมาก ๆ เพราะหลังจากที่คุณคิดแล้วคิดอีกว่างานใหม่ใช่จริงหรือ แล้วต่อให้คำตอบจะใช่ คุณตัดสินใจจะเปลี่ยน แต่คุณลืมที่จะเปิดใจให้กับ สไตล์การทำงานของที่ใหม่นั้นจบเลยนะคะ เพราะคุณไม่รู้หรอกว่า วัฒนธรรมองค์กรที่คุณกำลังจะเข้าไปเจอนั้นจะแตกต่างจากสิ่งที่คุณเคยเจอมาอย่างไรบ้าง สไตล์การสั่งงานของเจ้านายอาจจะผิดไปจากเดิมที่คุณเคยพบ บางคนเคยเจอเจ้านายที่สั่งงานแบบนุ่ม ๆ อ่อนหวาน แต่ที่ใหม่ เจอเจ้านายที่กระฉับกระเฉง รวดเร็ว พูดจาห้วน ๆ ก็อาจจะช็อคถ้าคุณไม่ได้เตรียมใจมาก่อน ดังนั้น เตรียมตัวและเตรียมใจ นอกจากจะเปลี่ยนงาน คุณอาจจะต้องเปลี่ยนสไตล์การทำงานให้เข้ากับนายใหม่ของคุณด้วยนะคะ เตรียมตัวเปิดรับสังคมใหม่ ๆ เปลี่ยนงาน เปลี่ยนเจ้านายหรือหัวหน้า และแน่นอน เปลี่ยนสังคม ดังนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณต้องเตรียมตัวก็คือ เตรียมเปิดรับสังคมใหม่ เพราะต้องยอมรับว่า สังคมในที่ทำงานนั้นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้เรามีพลังในการสร้างงาน ถ้าเราสามารถปรับตัวให้เข้ากับคนในสังคมที่ทำงานได้เร็ว นั่นถือเป็นความโชคดีอันดับต้น ๆ เราไม่ได้บอกให้คุณเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเหมือนคนอื่นจนสูญเสียความเป็นคุณ แต่การปรับบางอย่างเพื่อให้ลงล็อคนั้นก็ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร เช่น ลองดูว่าเพื่อนร่วมงานทานข้าวกันที่ไหน ถ้าคุณไม่ลำบากเกินไป…

วัยทำงานต่าง Gen ทำงานด้วยกันได้รึเปล่านะ?

ในองค์กรหนึ่งประกอบด้วยพนักงาน คนทำงานมากมายหลาย Gen ซึ่งแต่ละ Gen มีวิธีการสื่อสารที่แตกต่างกัน บาง Gen ชอบพูดชอบฟังข้อมูลที่สั้น กระชับ และตรงไปตรงมา , บาง Gen ก็ชอบฟังรายละเอียดและการอธิบายขยายความ ,ส่วนบาง Gen ก็ชอบที่จะสนทนาภาษาดอกไม้ และพูดยาว ๆ หรือบางงานต้องติดต่อกับเหล่า ฟรีแลนซ์ และหากผู้ประกอบการต้องการที่จะทำให้คนทุก Gen ทำงานร่วมกันได้ดี ควรจะเริ่มจากอะไร วัยทำงานต่าง Gen ทำงานด้วยกันได้รึเปล่านะ? ให้นึกถึงภาพยนต์เรื่อง The Avenger ที่เหล่า Super Hero ที่มีความสามารถเฉพาะตัวมาก ๆ ทางองค์กรสามารถดึง จุดเด่นของแต่ละคนมาช่วยให้บรรลุภารกิจได้ในแบบฉบับของตัวเอง โดยทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นจากความเข้าใจทั้ง 2 ประเภทคือ เข้าใจในธรรมชาติของตัวเอง และตัวตน รู้ตัวว่าเราเป็นใคร เก่งอะไร ข้อดี หรือจุดแข็งของเราคืออะไร อะไรที่ต้องระวัง และปรับปรุง หรือซึ่งก็คือจุดด้อยในมุมมองของผู้อื่น หากเราสามารถค้นพบจุดเด่นของตนเองได้แล้ว เราก็จะสามารถสร้างสรรค์คุณค่าดี ๆ ได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เข้าใจความเหมือนและความต่างของผู้อื่น เรามักจะเผลอยึดตนเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลในบางครั้ง คิดเอาเองว่าคนทุกคนน่าจะเหมือนเรา ซึ่งหากเกิดในเวลาที่เราสื่อสาร หรือทำงานร่วมกับผู้อื่น เราก็มักจะประสบปัญหาในการทำงานร่วมกัน และเกิดคำถามในใจว่าทำไมคนนั้น คนนี้ เขาไม่คิดเหมือนกับเรา จนลืมคิดไปว่าแท้ที่จริงคนเรานั้นแตกต่างกัน การคิดต่างจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ และเข้าใจได้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องเข้าใจในลักษณะของแต่ละคน อีกกรณีที่เกิดขึ้นมากในปัจจุบัน คือเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้นแล้วระหว่างกลุ่ม หรือ Gen อยู่จะทำอย่างไร ? เปิดใจ รับฟัง เป็นวิธีเบสิคที่สุด แต่ก็ยากที่สุดเช่นกัน ปรับความทัศนคติผ่านการสนทนาที่เปิดใจ เน้นการรับฟังอย่างเข้าใจ รับรู้ถึงความรู้สึกและฟังอย่างไม่ตัดสิน หลายองค์กร “มีคนพูดมากกว่าคนฟัง” และชอบตัดสินผู้อื่นอย่างรวดเร็ว…